กของอวิ๋นตั่ว ก็น่าจะเกี่ยวข้องกับสือเหยียนเขาลุกขึ้นยืนจะเดินออกไปจากโรงอาหาร ขณะที่เดินผ่านอวิ๋นตั่วนั้น ทั้งสองยังแกล้งทำเป็นทักทายกันด้วยอวิ๋นตั่ว ฉงหรงกับลั่วเสวี่ยพูดขึ้นพร้อมกัน “อรุณสวัสดิ์ค่ะอาจารย์หลิว”“อรุณสวัสดิ์!” อวี่เจ๋อแกล้งปรายตามองไปทางทั้งสามอย่างไม่ใส่ใจนักก่อนที่จะรีบร้อนเดินผ่านไปอวิ๋นตั่วตกใจนิดๆ เธอรู้สึกว่าอวี่เจ๋อดูซีดเซียว ไม่ค่อยมีชีวิตชีวา เขาที่ตั้งใจมากินข้าวที่นี่ หรือว่าเพราะมีอะไรจะพูดกับเธอ?แค่ปรายตามองก็ทำลั่วเสวี่ยตื่นเต้นแทบตาย “เห็นไหมๆ เขามองฉันล่ะเขามองฉัน!”“เธอรู้ได้ยังไงว่าเขามองเธอ?” ฉงหรงถาม“ยังจะต้องถามอีกเหรอ ในพวกเราสามคน ฉันคุ้นเคยกับเขามากที่สุด!”เป็นเรื่องที่ฉงหรงรู้สึกว่าไม่สามารถเข้าใจได้เลยจริงๆ “เธอชอบพี่ชายของอวิ๋นตั่วไม่ใช่เหรอ ทำไมเจอหลิวอวี่เจ่อแล้วยังตื่นเต้นขนาดนี้ล่ะ?”“ทุกคนล้วนรักสวยรักงาม เห็นหนุ่มๆ แล้วตื่นเต้นจะเป็นอะไรไปล่ะ?จะมีแฟนต้องรักษาจิตใจให้บริสุทธิ์หรือไง?”อวิ๋นตั่วพยักหน้าเห็นด้วย “พูดจามีเหตุผล อีกอย่าง พี่ชายฉันยังไม่ได้เป็นแฟนเธอใช่ไหมล่ะ?”“ก็ใช่ เราแขวนคอตายบนต้นไม้ไม่ได้หรอกนะ”ทั้งสามคน คนหนึ่งสั่งบะหมี่ สั่งหมั่นโถวสองอัน หาที่สะอาดๆ นั่งลง กินไปได้ครึ่งหนึ่งก็เห็นเทียนอี้เดินทำหน้าทะเล้นเข้ามา “สาวสวยทั้งสาม อรุณสวัสดิ์! กินแบบนี้แต่เช้านี่ไม่มีคุณค่าทางสารอาหารเลยนะ ฉันเลี้ยงไข่พวกเธอสักสองฟองดีไหม?