หมครับ?” เสียงไม่คุ้นหูดังมาจากปลายสายเธอชะงักไป “ใช่ค่ะ นั่นใครคะ?”“ผมเป็นบริกรของบาร์ครับ คุณอวิ๋นเฉียวดื่มจนเมา เราไม่รู้จะส่งเขากลับบ้านได้ยังไง เลยได้แต่เอาโทรศัพท์ของเขามาโทรหาคุณครับ”การที่อวิ๋นเฉียวดื่มจนเมานั้นเป็นเรื่องปกติธรรมดามาก แต่ปกติแล้วข้างกายของเขาจะต้องมีสาวสวยสักคนอยู่ด้วยสิ ทำไมถึงได้อยู่คนเดียวโดดเดี่ยวน่าสงสารแบบนี้ล่ะ?เธอไม่ค่อยเชื่อเท่าไหร่ หรือว่าจะมีคนมอมเหล้าเขา แล้วใช้เขาเป็นเหยื่อล่อหลอกให้เธอออกไป?“ช่วยถ่ายรูปมาให้ดูได้ไหมคะ?”“ครับ”ฝ่ายนั้นรับปากง่ายๆ เพียงไม่นานรูปถ่ายภาพหนึ่งก็ถูกส่งเข้าโทรศัพท์ของเธอ อวิ๋นเฉียวนอนเหยียดยาวอยู่บนโซฟา ใบหน้าถูกไฟหลากสีส่องสะท้อนจนพราวระยับไปหมดอวิ๋นตั่วถามที่อยู่ของบาร์ที่ว่า จากนั้นก็กลับเข้าห้องไปเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วรีบออกจากหอไป“ดึกขนาดนี้แล้วยังมีนัดอีกเหรอ?” ฉงหรงถามแต่เธอก็ไม่ได้ยิน เพราะตอนนั้นเธอวิ่งไปถึงระเบียงทางเดินแล้วเมื่อไปถึงบาร์ อวิ๋นตั่วถึงได้รู้ว่าเธอประเมินตัวเองสูงเกินไป อวิ๋นเฉียวที่กำลังเมาก็ไม่ต่างจากคนตายเลยสักนิด ไม่ว่าจะทำอย่างไรเขาก็ไม่ขยับ เธอสาดนํ้าเย็นๆ ใส่พี่ชายด้วยความโมโห แต่ฝ่ายนั่นก็แค่แลบลิ้นเลียนํ้าที่ติดริมฝีปาก จากนั้นก็หลับต่อ“คุณคนเดียวพาเขากลับไม่ได้หรอก เรียกคนมาช่วยดีกว่าไหมครับ”บริกรที่อยู่ข้างๆ เตือนขึ้นหลังจากคิดทบทวนแล้ว เธอคิดว่าเรียกอวี่เจ๋อจะดีที่สุด ถ้าโทรกลับบ้านให