ถึง“พี่เฉินอวี้ หนูมีเพื่อนที่หอพักคนหนึ่งค่ะ เหมาะกับพี่เหมือนผีเน่ากับโลงผุเลย หนูจะแนะนำให้เป็นแฟนพี่ดีไหม?”“ผีเน่ากับโลงผุเหรอ?”อวิ๋นตั่วตบปากตัวเองเบาๆ แล้วพูดว่า “กิ่งทองใบหยกค่ะ”เฉินอวี้หัวเราะ ท่าทางเตรียมจะก่อเรื่องอะไรบางอย่าง ตั้งแต่ตัวเองนํ้าหนักถึงเก้าสิบกิโลกรัม โดยภาพรวมก็หมดวาสนากับคำว่าแฟนสาวแล้ว“สวยไหม?”อวิ๋นตั่วประเมินเฉินอวี้หัวจรดเท้าอยู่ครู่หนึ่ง แล้วพูดอย่างจริงใจเป็นพิเศษว่า “สภาพพี่เป็นแบบนี้ คงไม่เรื่องมากกับรูปลักษณ์ภายนอกของคนอื่นหรอกมั้งคะ?”“ไม่สวยเหรอ?” เฉินอวี้รู้สึกว่าตัวเองโดนสบประมาทเยอะมาก ตั้งแต่เขาอ้วนขึ้นก็ดูจะไม่มีสิทธิ์หาแฟนเป็นผู้หญิงสวยๆ ได้เลย เขาแค่อยากถามว่าผู้หญิงคนนั้นหน้าตาเป็นอย่างไร แต่ก็ดันโดนมองแบบดูถูกจนเกือบจะพูดว่าคางคกอยากกินเนื้อหงส์ต่อหน้าเขาแล้ว“อวิ๋นตั่ว เมื่อก่อนพี่หน้าตาเป็นยังไงเธอก็รู้นี่ เธอบอกว่าตอนนั้นถึงพี่จะไม่ได้สง่าเหมือนต้นยูคาลิปตัสต้านแรงลม แต่อย่างน้อยก็โหงวเฮ้งดีใช่ไหมล่ะ?”อวิ๋นตั่วพยักหน้า“พี่ก็เลยมีเงื่อนไขที่พี่ต้องการเหมือนกัน”“หนูเข้าใจค่ะ” อวิ๋นตั่วพูด“ดังนั้นเธอก็อย่าหามาให้พี่แบบลวกๆ นะ”“หนูไม่ได้หาให้พี่ลวกๆ นะคะ แต่ตอนที่พี่เรียกร้องกับคนอื่น พี่ก็ควรถือโอกาสเรียกร้องกับตัวเองด้วยไม่ใช่เหรอ?” อวิ๋นตั่วพูดเฉินอวี้มองดูพุงอ้วนของตัวเองครู่หนึ่ง ถึงกับหมดคำพูดที่จะตอบโต้ มีเพลงๆ หนึ่งร้องไว้ว่า ‘ตอนร