“คุณชายจ้าว วรยุทธ์เจ้าร้ายกาจก็จริง ทว่าสมรภูมินี้มิใช่วัดกันที่ฝีมือเดี่ยว จงระวังหัวไว้ให้ดี ครานี้ข้ามิมีวันหลบเลี่ยงการปะทะเด็ดขาด” ซุนคังยังคงประดับรอยยิ้มเจิดจ้าเช่นเคย
สีหน้าจ้าวหนิงราบเรียบดุจผิวน้ำ ทว่าจ้าวซินกลับขบกรามแน่นจนได้ยินเสียงกระดูกลั่น
การซ้อมรบแบ่งเป็นสี่กลุ่ม กลุ่มวัยสิบหกปีคือกลุ่มรั้งท้าย ส่วนกลุ่มวัยสิบแปดปีของจ้าวซินนั้นกรีธาทัพบุกเข้าป่าลึกไปก่อนหน้าแล้ว
กองกำลังขุนนางบู๊ตระกูลจ้าวภายใต้การนำของจ้าวซิน แม้จะหยัดยืนสู้จนหยดสุดท้าย ทว่ากลับพลาดท่าชิงธงเหลืองไม่สำเร็จ พวกเขาโดนตระกูลซุนตลบหลัง จับมือกับขุนนางบู๊สายอื่นซุ่มดักสังหารอย่างเหี้ยมโหด จนทัพแตกพ่ายยับเยิน
ธงรบสีเหลืองจึงตกไปอยู่ในเงื้อมมือตระกูลซุน
ยามจ้าวซินซมซานกลับมา สภาพเกราะขาดวิ่น ทั่วร่างอาบย้อมด้วยโลหิต ตามคำบอกเล่า ก่อนจะตีฝ่าขึ้นยอดเขาลูกสุดท้าย ทายาทตระกูลซุนยื่นข้อเสนอให้ตระกูลจ้าวร่วมจับมือ กวาดล้างพวกบัณฑิตให้พ้นทางเสียก่อน
จ้าวซินย่อมปรารถนาจะเด็ดหัวพวกบัณฑิตเป็นทุนเดิม จึงตอบรับเงื่อนไข ใครเล่าจะคาดคิดว่าระหว่างเจรจา กองกำลังพันธมิตรของตระกูลซุนกลับฉวยจังหวะตีโอบล้อม แล้วเปิดฉากสังหารหมู่ฉับ