ยเขาก็ร้องจนนํ้าตาแห้งหมดแล้ว แต่สีหน้าอวิ๋นเฉียวไม่มีความเจ็บปวดเสียใจเลยอยู่เลย พอกลับบ้านมา ก็เริ่มโทรศัพท์นัดเพื่อนๆ กลับสู่นิสัยเดิมที่เหลาะแหละชอบถากถางคนอื่นอี้ฟานบอกให้เขาออกนอกประเทศไป เขาหัวเราะแล้วก็พูดว่า “ได้สิ”อี้ฟาน “พ่อหาผู้ช่วยให้แกคนหนึ่ง เป็นคนสุขุมเยือกเย็นมาก พอไปแล้วแกก็ปรึกษาเขาได้ทุกเรื่อง”อวิ๋นเฉียวตอบรับอย่างสบายๆ “ทราบแล้วครับ”ถ้าเป็นเมื่อก่อน อวิ๋นเฉียวคงต้องทะเลาะกับอี้ฟานแน่ เขารำคาญเวลามีคนตามเขาเหมือนหนอนไชก้น ชีวิตมีค่ายิ่ง ความรักมีค่ายิ่งกว่า หากเพื่ออิสระไซร้ ทั้งสองยอมละทิ้งได้แต่ครั้งนี้ อวิ๋นเฉียวกลับไม่บ่นสักคำ“พี่เป็นอะไรไปคะ?” อวิ๋นตั่วรู้สึกเป็นห่วงอวิ๋นเฉียว“เขาต้องการจะซ่อนบาดแผลนี้ไว้ในใจ แล้วยอมให้มันเน่าเปื่อยไปไง”ชูยินทอดถอนใจ“ส่งพี่เขาไปทั้งๆ แบบนี้ ดีแล้วจริงๆ เหรอคะ? ให้อยู่ต่างบ้านต่างเมืองคนเดียว เขาจะโดดเดี่ยวมากขึ้นนะคะ”“ถ้าไม่ไปแล้วจะทำยังไงได้ อยู่ที่นี่ก็สำมะเลเทเมา ถ้าหยูอี้ซินเห็นเข้า ก็คงคิดว่าลูกเขาสาวตายแล้ว แต่ลูกชายแม่ยังใช้ชีวิตเหมือนคนไร้หัวใจแบบนี้ลูกว่าเขาจะเป็นยังไงล่ะ?”“ที่หนูย้ายโรงเรียนก็เพราะพี่เขาเหมือนกันเหรอ?”“เป็นเพราะความเห็นของพ่อกับแม่เอง พอพี่ชายลูกเกิดเรื่องครั้งนี้ แม่กับพ่อก็รู้สึกว่าอย่าไปก่อเรื่องกับบ้านหยูจะดีกว่า”พอเซียวเซียวกับจื่อเถิงได้ยินว่าอวิ๋นตั่วจะย้ายโรงเรียนแล้ว พวกเขาก็รู้สึกเสียใจ