บ่าวไพร่ล้มตายเหยียบร้อย ทว่านั่นก็แค่ชีวิตบ่าวไพร่ ระหว่างเราหาได้มีความแค้นลึกล้ำถึงขั้นต้องแลกด้วยเลือดเนื้อ ครานี้จ้าวเสวียนจีเป็นฝ่ายหักหลังท่านก่อน ประกอบกับเค้าลางความพินาศของตระกูลจ้าวก็ปรากฏชัด ภายภาคหน้าควรเดินหมากเช่นไร หวังว่าท่านจะไตร่ตรองให้จงหนัก”
อู๋ซู่ผู้หยัดยืนเคียงข้างซุนเหมิงอย่างแน่วแน่ มุ่งหวังดึงหยางเหยียนกว่างเข้าร่วมขบวนการ เพื่อผนึกกำลังบดขยี้ตระกูลจ้าวให้จมดิน
ซุนเหมิงยืนเอามือไพล่หลังพิงระเบียง ทอดสายตามองทิวทัศน์ ยามอู๋ซู่และหยางเหยียนกว่างเจรจากัน เขาเพียงรับฟังเงียบๆ ไร้วาจาสอดแทรก
ในใจลึกๆ เขาย่อมปรารถนาให้ตระกูลหยางสวามิภักดิ์ ไม่ต้องเอ่ยถึงฐานะตระกูลขุนนางทหารทรงเกียรติของอีกฝ่าย ลำพังเพียงสายสัมพันธ์เกี่ยวดองกับตระกูลจ้าว หากยอมแปรพักตร์มาสวามิภักดิ์ ย่อมส่งเสริมบารมีตระกูลซุนให้พุ่งทะยาน ทั้งยังบ่อนทำลายความน่าเกรงขามของตระกูลจ้าวให้ย่อยยับลงได้อย่างสาหัส
ใต้หล้าสงบร่มเย็นมาเนิ่นนาน ยามนี้คือยุคทองอันรุ่งโรจน์ สี่คาบสมุทรไร้ไฟสงคราม ตระกูลซุนหมายมั่นจะก้าวข้ามขีดจำกัด เข้ายึดครองทำเนียบเสนาธิการทหาร รวบอำนาจและผลประโยชน์เพื่อขยายอิทธิพลตระกูล ย่อมไม่อาจพึ่งพาความดี