จากเมืองเยี่ยนผิงถึงภูเขาฝูหยุนใช้เวลาเดินทางสองวัน ยามพลบค่ำ ขบวนเดินทางหยุดพักแรม ณ จุดพักม้ากลางทาง ทว่าผู้มีสิทธิ์พำนักในอาคารรับรองมีเพียงโอรสสวรรค์
ขบวนตระกูลขุนนางทหารทรงเกียรติและชาติตระกูลใหญ่จำต้องตั้งค่ายพักแรมอยู่รอบนอก
จ้าวหนิงยามนี้ว่างเว้นไร้ธุระ สายตาทอดมองแม่น้ำสายเล็กทอดตัวอยู่ไม่ไกล ผิวน้ำใสกระจ่างสะท้อนแสงสายัณห์เป็นประกายระยิบระยับ มัจฉาตัวน้อยแหวกว่ายฮุบเหยื่อ หยอกล้อใบไม้สีส้มแดงที่ร่วงหล่น ทิวทัศน์เงียบสงบเปี่ยมชีวิตชีวา ชวนให้เขาเกิดความคิดใคร่จับปลามาเคี่ยวน้ำแกง
เขาร้องเรียกจ้าวชี่เยว่ จ้าวซิน และผู้ติดตามมุ่งหน้าสู่ริมตลิ่งลาดเท จ้าวหนิงถลกขากางเกงขึ้นหมายจะก้าวลงน้ำ ทว่าผิวน้ำที่เคยสงบพลัน ‘ระเบิด’ ออก หยาดวารีสาดกระจายเกือบปะทะใบหน้า
ศิลาแบนเรียบหลายก้อนกระดอนแหวกผิวน้ำประดุจแมลงปอแตะคลื่น พุ่งตรงเข้ามาเป็นระลอก ซ้ำยังแฝงเจตนายั่วยุชัดเจน เสียงหัวเราะเย้ยหยันโอหังดังแว่วมาจากด้านข้าง
จ้าวหนิงยืดตัวขึ้น นัยน์ตาเย็นเยียบตวัดมองตามเสียง… เป็นดั่งคาด ใบหน้ายโสโอหังของสวีจือหย่วนปรากฏสู่สายตา
อีกฝ่ายยืนหยัดท่ามกลางกลุ่มคุณชายเสเพล ระดมซัดก้อนหินใส่ผิวน้ำเบื้องหน้าจ้าวหนิงไ