ชายชราท่าทางสุขุม ใบหน้าเปี่ยมเมตตาผู้นี้คือผู้นำตระกูลหยางแห่งกว่างหลิงรุ่นปัจจุบัน นามหยางเหยียนกว่าง
พิจารณาจากสายใยระหว่างตระกูลหยางและตระกูลจ้าว หยางเหยียนกว่างย่อมไม่สมควรปรากฏกาย ณ ที่แห่งนี้ ยิ่งไม่สมควรยืนหยัดเคียงข้างซุนเหมิง
หยางเหยียนกว่างเงียบงันไปชั่วครู่ “แต่โบราณกาล พวกคนเถื่อนเผ่าหูรุกรานชายแดนมิเคยว่างเว้น การระแวดระวังย่อมเป็นสิ่งจำเป็น”
“โหวหยางเชื่อจริงๆ หรือ ว่าลำพังคนเถื่อนเป่ยหูที่เกือบถูกกองทัพต้าฉีบดขยี้จนสิ้นซากเมื่อร้อยปีก่อน... พวกสวะที่ต้องก้มหัวศิโรราบ ส่งบรรณาการจิ้มก้องต้าฉีมาตลอดหลายปี จะมีปัญญากำเริบเสิบสานคุกคามต้าฉีในยุคทองอันรุ่งโรจน์ถึงขีดสุดนี้ได้”
อู๋ซู่เบิกตาจ้องหยางเหยียนกว่างเขม็ง “หากเป่ยหูมีเจตนารุกรานต้าฉีและคิดก่อกบฏจริง องค์หญิงของพวกมันจะยอมบากหน้าเข้าเมืองหลวงมาขอขมาด้วยตนเองหรือ”
หยางเหยียนกว่างปิดปากเงียบ คล้ายไร้วาจาจะโต้แย้ง
“โหวหยาง หรือท่านจะยอมให้ผู้คนเหยียดหยาม เรียกขานว่า ‘ปั๋วหยาง’ ไปตลอดกาล” อู๋ซู่รุกไล่ไม่ลดละ
หัวคิ้วของหยางเหยียนกว่างขมวดเข้าหากันแน่น
“โหวหยาง แม้สองตระกูลเราจะไม่ลงรอยกันมาเนิ่นนาน ถึงขั้นเคยแย่งชิงสมรภูมิล่าสัตว์จน