ขึ้นมา “พี่ไปนอนเถอะค่ะ”“พี่จะอธิบายง่ายๆ ตั้งใจฟังนะ” อวี่เจ๋อว่าอวิ๋นตั่วตั้งใจฟังอย่างที่เขาบอกจริงๆ จนกระทั่งอวี่เจ๋ออธิบายโจทย์สองข้อเสร็จ เขาก็ถามว่าเธอเข้าใจไหม ข้อสรุปที่เธอบอกออกมาคือ “หนูค้นพบความลับข้อนึงค่ะ”“ความลับอะไร?”“เสียงพี่ในโทรศัพท์น่าฟังกว่าปกติอีกค่ะ จริงๆ นะ!”คำพูดอย่างที่ทำเอาอวี่เจ๋อลมแทบจับ เขาวางสายไปอย่างไม่ลังเลเลยแม้แต่น้อยแต่เพิ่งจะวางสายไป อวิ๋นตั่วก็โทรกลับเข้ามาอีกครั้ง “พี่อวี่เจ๋อ พี่ร้องเพลงให้ฟังหน่อยสิคะ หนูจะตั้งเป็นเสียงโทรศัพท์”“เลิกไร้สาระแล้วรีบทำการบ้านได้แล้ว จะได้นอนเร็วๆ”“นี่ก็ปาไปสี่ทุ่มแล้ว ยังจะนอนเร็วอะไรได้อีกล่ะคะ” อวิ๋นตั่วเริ่มใช้ลูกไม้“ถ้าพี่ไม่ร้องเพลง หนูก็จะโทรหาพี่อยู่แบบนี้แหละ”อวี่เจ๋อมองไปรอบๆ กลางดึกแบบนี้ไม่มีใครแล้ว เขาจึงเอ่ยถามเสียงตํ่าออกไป “ร้องเพลงอะไร?”อวิ๋นตั่วคิดอยู่ครู่หนึ่ง “เรื่องราววันวานก็ได้แต่ชวนให้หวนคิด”อวี่เจ๋อกระแอมเล็กน้อย ยังไม่ทันจะได้ร้องก็รู้สึกอายขึ้นมาเสียแล้ว “ฟังให้ดีนะ พี่ไม่ร้องรอบสองแล้วนะ”อวิ๋นตั่วกดอัดเสียงของอวี่เจ๋อ พอร้องเพลงเรื่องราววันวานก็ได้แต่ชวนให้หวนคิดเสร็จ เธอก็ยังได้คืบจะเอาศอก “ขออัดอีกประโยคหนึ่งค่ะ”“อะไร?”“อวิ๋นตั่ว ตื่นได้แล้ว!”“พี่ไม่ใช่นาฬิกาปลุกนะ” อวี่เจ๋อบ่น“แต่หนูอยากฟังเสียงพี่ปลุกหนูทุกเช้านี่คะ” อวิ๋นตั่วอ้อนวอน “ขอร้องนะคะ เสียงแม่บ้านหลิวไม่น่าฟังเลยสักนิด