จ้าวหนิงย่อมซ่อนเร้นเจตนาลึกซึ้งในการชักชวนครั้งนี้ ทว่าปฏิกิริยาสอดประสานของเว่ยอู๋เซี่ยนกลับทำให้เขานึกประหลาดใจ จนต้องปรายตามองสหายอ้วนอีกครา
นัยน์ตาของทายาทขุนศึกร่างอ้วนฉุสาดประกายรู้ทัน จ้าวหนิงจึงตระหนักได้ในทันที… หมากกระดานในหัวของเว่ยอู๋เซี่ยนย่อมเดินไปในทิศทางเดียวกับเขา
ยามสุราลงคอ ภูมิหลังของบัณฑิตหนุ่มทั้งสองก็กระจ่างแจ้ง พวกมันหาใช่ ‘จิ้นซื่อ’ ธรรมดาสามัญ ทว่าคือ ‘ปั่งเหยี่ยน’ และ ‘ทั่นฮวา’ ยอดอัจฉริยะที่สอบผ่านจิ้นซื่อเอกขั้นหนึ่ง บัดนี้รั้งตำแหน่งผู้ช่วยเรียบเรียงแห่งสำนักฮั่นหลิน ครองศักดินาขุนนางขั้นเจ็ดรอง [1]
ทั้งสองยังถือเป็นสหายร่วมสายน้ำ เกิดและเติบโตจากเมืองเดียวกัน
ปั่งเหยี่ยนผู้ถูกรุมกระทืบจนสะบักสะบอมทว่าไม่ปริปากร้องขอนามว่า ‘ถังซิง’ ก้นยังไม่ทันแตะเบาะ มันก็กระดกสุรารวดเดียวสามชามรวด ก่อนประสานมือค้อมกายคารวะดุจจอมยุทธ์
“หากคุณชายทั้งสามไม่ยื่นมือเข้าสกัด สันดานกำเริบเสิบสานของสวีจือหย่วนคงบดขยี้กระดูกข้าจนแหลกเหลว บุญคุณช่วยชีวิตครานี้ถังซิงขอสลักลึกถึงกระดูก วันหน้าหากมีเรื่องชี้แนะ ถังซิงพร้อมบุกน้ำลุยไฟถวายหัว”
รอยช้ำบนใบหน้ายังไม่ทันจางหาย ทว่าฤทธิ์สุรากลับชะล้างคว