นไปส่งอวิ๋นตั่วเอง ไม่ต้องส่งรถมาขับตามแล้ว”พออวิ๋นตั่วได้ยินว่าอวี่เจ๋อจะพาเธอไปโรงเรียนด้วยกัน เด็กสาวก็กระโดดด้วยความตื่นเต้น “พี่อวี่เจ๋อ พี่พูดจริงๆ เหรอคะ”“พี่เคยผิดคำพูดด้วยเหรอ?”พอลุงหูได้ยินว่าอวี่เจ๋อจะพาอวิ๋นตั่วไปโรงเรียน เขาก็วางใจ ก่อนกลับก็ยังได้เอ่ยกำชับว่า “ถ้าแบบนั้นก็ดีมากเลยครับ ลุงรบกวนด้วยนะครับ”“ไม่เป็นไรครับ ลุงกลับไปบอกคุณน้าเถอะ ท่านจะได้วางใจ”“ครับ!” ลุงหูรับปาก ก่อนที่จะหักรถเลี้ยวออกไปอวิ๋นตั่วจูงรถจักรยานอีกครั้ง แล้วพูดกับอวี่เจ๋อว่า “พี่เชื่อไหมว่าหนูขี่จักรยานแบบปล่อยมือได้ด้วยนะ”เธอพูดไปก็ค่อยๆ เหยียบขึ้นแท่นจักรยาน วาดขาข้ามตัวรถ อยากจะแสดงความสามารถให้อวี่เจ๋อดูแต่อวี่เจ๋อรีบห้ามเธอไว้ “ขี่ดีๆ เถอะ อย่าเล่นกายกรรมอะไรเลย ถ้าเธอล้มมาพี่จะไปบอกกับแม่ของเธอยังไง หลังจากนี้แม่เธอคงไม่เชื่อใจพี่ แล้วก็คงให้ลุงหูคอยตามเธอเหมือนเดิม”เมื่ออวิ๋นตั่วลองคิดตามแล้วก็รู้สึกว่าที่อีกฝ่ายพูดนั้นมีเหตุผล “ก็ได้ค่ะหนูไม่แสดงกายกรรมก็ได้ รอตอนพี่ไปที่บ้านวันอาทิตย์หนูค่อยแสดงให้ดู”ทั้งสองขยับเข้าทางด้านขวาของถนน ขี่จักรยานเรียงกันไป ท่ามกลางดอกไม้ผลิบาน สายลมพัดเย็น พอนึกไปถึงว่าต่อจากนี้ ทุกวันเวลาไปโรงเรียนก็จะมีอวี่เจ๋อไปด้วยกัน ในใจของอวิ๋นตั่วจึงรู้สึกพองโต การไปโรงเรียนก็กลายเป็นเรื่องที่สวยงามสำหรับเธอแล้ว“ต่อไปพี่จะมาทุกวันจริงๆ เหรอคะ” อวิ๋นตั่วราวกับยังไ