รายงานจากท่านอาจารย์ใหญ่ไปยังสำนักใน เหล่าศิษย์ต่างรู้ดีว่าหลี่ลี่ได้กลายเป็นศิษย์อัจฉริยะของสำนักกลางอย่างไม่ต้องสงสัย ฐานะที่สูงส่งขึ้นมาอย่างกะทันหันนี้ ไม่ใช่สิ่งที่พวกเขาจะล่วงเกินได้ง่าย ๆ อีกต่อไป ไม่นานนัก ทุกคนก็แยกย้ายกันไป
“หย่งเล่อ ข้าไปเป็นเพื่อนเจ้าที่โอสถก็แล้วกัน” ในบรรดาคนทั้งหมด ลู่หย่งเล่อได้รับบาดเจ็บสาหัสที่สุด หวังเฮ่าที่สนิทจึงเข้ามาประคอง
“ไม่ ไปเรือนเสี่ยวเยว่ก่อน ความแค้นนี้ ข้าต้องชำระแน่ บาดแผลเล็กน้อยนี้ ไม่นับเป็นอะไร” ลู่หย่งเล่อกัดฟันพูด ปฏิเสธความหวังดีของหวังเฮ่า
ด้านหลังยอดเขาบัว เรือนเสี่ยวเยว่
“พี่เมิ่ง ท่านต้องออกหน้าแทนพวกข้าด้วย!” เพิ่งเข้าไปในลานบ้าน ลู่หย่งเล่อก็ตะโกนขึ้นเสียงดัง
แอ๊ด ประตูที่ทำจากไม้ไผ่ถูกเปิดออก ชายร่างสูงใหญ่กำยำ สูงเกือบสองเมตร สวมชุดรัดรูปสีดำเดินออกมาอย่างรวดเร็ว
เห็นสภาพของลู่หย่งเล่อ เมิ่งฮั่นขมวดคิ้ว ถามด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ “เกิดอะไรขึ้น?”
“พี่เมิ่ง มีศิษย์ใหม่คนหนึ่ง ไม่รู้ใช้วิธีใด ถึงฝึกฝนจนถึงระดับหก พอเข้าสำนักกลาง ก็โอ้อวดว่าตนเป็นที่หนึ่งของสำนักกลาง พวกข้าไม่ยอม จึงเข้าไปทักท้วง ใครจะไปคิดว่าเขาจะลงมือ ทุบตีพวกข้าสิบกว่าคน แล้วยังประกาศว่าภายในสามวัน ถ้าไม่มีใครท้า เขาจะครองตำแหน่งที่หนึ่งนี้ไว้”
ลู่หย่งเล่อฝึกฝนในสำนักกลางมานานกว่าสองปี ย่อมรู้จักศิษย์ในสำนักเป็นอย่างดี แน่นอนว่าเขารู้จุดอ่อนของแต่ละคน จุดอ