กันอย่างออกรส ก็มีบางคนที่รีบร้อนไปก่อน เข้าไปที่ถนนสิบหลี่
ในชั่วพริบตา ผู้คนหลายพันคนที่มาสอบก็ทยอยกันเข้าไปในถนนสิบหลี่ หลิวอู๋เสียก็ไม่ต่างกัน เขาเดินตามฝูงชนไปอย่างช้า ๆ ไม่รีบร้อน
มีเวลาสามชั่วยามสำหรับการสอบ ถือว่ามีเวลาเหลือเฟือ ช่วงเวลาแห่งการสอบที่แท้จริงคือชั่วยามสุดท้าย
“พวกเจ้าสองคนดูแลให้ดี ข้าจะกลับไปก่อน แล้วพรุ่งนี้ตอนสอบรอบที่สอง ข้าจะมาอีกที!”
ฟ่านเหย่ผิงสั่งการผู้คุมสอบชายหญิงสองคนด้านหลัง ก่อนจะหันหลังเดินออกไป
“น้อมส่งอาจารย์”
ผู้คุมสอบชายหญิงทั้งสองคนก้มตัวลงคำนับ มองดูฟ่านเหย่ผิงเดินกลับไปยังสำนักศึกษา ทั้งสองคนทำหน้าที่เป็นผู้คุมสอบ ด่านแรกนั้นง่ายมาก ไม่จำเป็นต้องให้อาจารย์ติดตามตลอดทาง
“องค์หญิงเล่อเหยา ท่านพักสักครู่เถอะ ข้าอยู่ที่นี่ก็พอแล้ว”
แว่นฟ้าพ้นไป ชายหนุ่มยิ้มแย้มแจ่มใส หันไปพูดกับสาวงามข้างกาย
“ไม่เป็นไร ช่วงนี้ที่สำนักเกิดเรื่องหลายอย่าง ครั้งนี้หวังว่าจะมีคนเก่ง ๆ ปรากฏตัวออกมาบ้าง ถ้ายังปล่อยให้เป็นแบบนี้ต่อไป ชื่อเสียงของสำนักศึกษาจักรวรรดิของเราก็จะยิ่งตกต่ำลง”
หญิงสาวหันหลังเดินจากไป ทิ้งให้ชายหนุ่มยืนอยู่คนเดียว รอยยิ้มบนใบหน้าค่อย ๆ หายไป แววตาคมกริบฉายแววดุดัน
“นายน้อยผิ่นจือขอรับ นี่จดหมายจากท่านเจ้าตระกูลให้ท่าน โปรดทำตามคำสั่งให้สำเร็จ”
ทันใดนั้น ชายหนุ่มแต่งกายคล้ายองครักษ์ก็วิ่งเข้ามาหาชายหนุ่ม โค้งคำนับแล้วล้วงจดหมายออกมาจากอก ยื