แม่เล้าพ่นคำหวานหู ทว่าหางตายังคงลอบประเมินเว่ยอู๋เซี่ยน
สตรีเจนจัดโลกีย์เช่นนาง หาได้โปรดปรานบัณฑิตผอมแห้งที่เก่งแต่ร่ายกวี ทว่ามักหลงใหลบุรุษร่างยักษ์กล้ามเนื้อปูดโปนเปี่ยมกลิ่นอายดิบเถื่อนเยี่ยงเว่ยอู๋เซี่ยน นางย่อมรู้ซึ้งถึง ‘รสชาติ’ อันดุดันของบุรุษพรรค์นี้ดี
แม้จะสวมหัวโขนแม่เล้า ทว่าหากเจอเหยื่อถูกใจ ใช่ว่าจะไม่ยอมทอดกายรับแขก
ทว่าเว่ยอู๋เซี่ยนกลับทอดสายตาตรงแหน่ว ปล่อยให้แม่เล้าทอดสะพานส่งสายตาหยาดเยิ้มปานใด มันก็ทำเป็นมืดบอดไร้ความรู้สึก
เนื้อแท้มันขยะแขยงการเหยียบย่างหอนางโลม ดงบุปผาและกลิ่นแป้งหอมอาจเป็นแดนสวรรค์ของผู้อื่น ทว่าสำหรับบุรุษที่เพียงสบตาสตรีก็หน้าแดงเถือกก้มหน้างุด การมาเยือนแดนโลกีย์แห่งนี้… ย่อมไม่ต่างจากการเอาคอไปพาดเขียง
แต่ค่านิยมของคนหนุ่มเมืองหลวงคือการท่องหอคณิกา หากมันขลุกอยู่แต่ในจวน ย่อมไม่พ้นถูกจ้าวหนิงและเฉินอันจือถากถางด้วยวาจาเชือดเฉือน ด่าทอว่า ‘น้องชาย’ สิ้นน้ำยาบ้าง ไร้ความเป็นบุรุษเพศบ้าง หรือร้ายแรงถึงขั้นถูกตราหน้าว่ามีรสนิยมตัดแขนเสื้อ
ยามถูกเหยียบย่ำศักดิ์ศรีถึงเส้นตาย เว่ยอู๋เซี่ยนย่อมไร้ทางถอย ทุกคราจึงทำได้เพียงกัดฟันแบกหน้าหนาๆ ตามมาด้วย
โชค