ะขนาดนี้ คนก็เยอะด้วย ถ้าโปรโมทขึ้นมา วันหนึ่งก็ได้เงินอย่างตํ่าแปดหมื่นหยวน ถ้าลดต้นทุนค่าดำเนินธุรกิจไป ยังไงก็ได้กำไรหลายหมื่นอยู่ล่ะมั้ง”ป้าหวงฟังแล้วสับสน “อวิ๋นตั่วน้อย หนูกำลังคำนวณอะไรอยู่เหรอ”“หนูกำลังคิดบัญชีค่ะ” อวิ๋นตั่วทำสีหน้าภาคภูมิใจ “หนูมีธุรกิจดีๆ อยู่อย่างหนึ่ง ที่ทำให้ป้าได้เงินโดยไม่ต้องทำงานค่ะ ป้าอยากทำไหมคะ”“ในโลกนี้มีเรื่องดีๆ แบบนี้ด้วยเหรอคะ” ป้าหวงแปลกใจ“มีสิคะ ป้าไม่เคยได้ยินคุณพ่อพูดเรื่องการลงทุนเหรอ นำเงินไปลงทุนกับผู้ที่ทำกำไรได้ พอเขาได้กำไร เราก็คอยเก็บดอกเบี้ยยังไงคะ”“ลงทุนกับใครล่ะจ๊ะ”“คุณครูหลิวค่ะ” อวิ๋นตั่วตอบ“คุณครูหลิวเหรอ? เขาไปทำธุรกิจตั้งแต่เมื่อไรกัน”“เรื่องนั้นป้าไม่ต้องสนใจหรอกค่ะ คุณป้าแค่บอกมาว่าอยากทำไหม”ป้าหวงคิดอยู่ครู่หนึ่ง แล้วก็ส่ายหน้าออกมา “ป้าไม่กล้าเสี่ยงกับเรื่องพวกนี้หรอกจ๊ะ ถ้าผิดพลาดขึ้นมาจะทำยังไงล่ะ”“การลงทุนมีความเสี่ยงอยู่แล้ว แต่ถ้าลงทุนกับคุณครูหลิว ความเสี่ยงน้อยลงแน่นอนค่ะ เขาฉลาดซะขนาดนั้น มีเรื่องอะไรที่เขาทำไมสำเร็จบ้างล่ะคะ”“พ่อของหนูพูดอยู่บ่อยๆ ว่าการทำธุรกิจนั้นอาศัยความฉลาดอย่างเดียวไม่ได้ ต้องอาศัยโชคด้วย มองไม่เห็น จับต้องไม่ได้ ไม่มีใครรู้หรอกว่าโชคจะเข้าข้างใคร”“ไม่ลงทุนก็ไม่ลงทุนสิ ทำไมต้องแช่งครูหลิวด้วยละคะ” อวิ๋นตั่วกลอกตาใส่ป้าหวง เธอรู้สึกไม่พอใจมากป้าหวงจึงรีบร้อนอธิบายว่า “ป้าไม่ได้แช่งคุณคร