ของอวี่ซี เพราะแบบนั้น เขาจึงช่วยรักษาหน้าให้อวิ๋นเฉียว “ช่างเถอะ”ทว่าสุดท้ายอวิ๋นเฉียวก็ยังไม่ยอม เขาเชื่อมั่นมากว่าไม่ว่าใครที่ถูกจับข้อเท้าก็จะต้องรู้สึกเหมือนกันกับเขา รู้สึกเหมือนกับมีขนนกคอยปัดไปมาอยู่ในใจ ทำให้รู้สึกจั๊กจี้ได้โดยไม่ต้องทำอะไรเลย“จะช่างได้ยังไงกัน หนังสือเล่มเดียว มีคนตั้งสี่คนแต่เอามันมาไม่ได้ ใครรู้เข้าคงหัวเราะเยาะเอาแน่”อวี่เจ๋อถูกอวิ๋นเฉียวจับขึ้นไปบนเก้าอี้ ทว่าตอนที่อวี่ซีกับอวิ๋นเฉียวจับเข้าที่ข้อเท้าของเขานั้น ท่าทางหลุดหัวเราะด้วยความลืมตัวอย่างที่อวิ๋นเฉียวรอคอยกลับไม่ปรากฏให้เห็นเลยแม้สักนิด ไม่มีปฏิกิริยาตอบสนองกลับมาเลยแม้แต่น้อย อวิ๋นเฉียวแอบคิดว่าประสาทสัมผัสของคนคนนี้จะต้องมีปัญหาแน่ๆ แต่ไหนแต่ไรมาเขาก็คิดอยู่แล้วว่าคนอย่างอวี่เจ๋อเหมือนไม่ได้มีอยู่จริงจะมีใครกันที่แข็งแกร่งได้ขนาดนี้ ไม่ว่าจะเรียนอะไรก็โดดเด่นไปเสียหมด แต่ตอนนี้เขารู้แล้วว่าไม่มีใครที่สมบูรณ์แบบ อวี่เจ๋อเองก็มีข้อบกพร่องเช่นกันหลังจากที่อวี่เจ๋อยืนบนเก้าอี้แล้ว อวิ๋นตั่วก็ปีนตามขึ้นไป ทั้งสองเหมือนกำลังแสดงกายกรรมอยู่ไม่มีผิด อวี่เจ๋ออุ้มอวิ๋นตั่วขึ้นมา จากนั้นก็ให้เธอนั่งบนไหล่ของเขา แบบนี้หัวของเธอจึงอยู่ไม่ห่างจากเพดานมากนัก สามารถเอื้อมมือไปหยิบหนังสือเล่มที่ต้องการได้เมื่อได้หนังสือเรียบร้อยแล้ว ในขณะที่อวี่เจ๋อกำลังจะวางร่างของอวิ๋นตั่วลง ประตูห้องหนังสือก็ถูกเปิดออกเส