จ้าวหนิงตระหนักดีว่าจ้าวชี่เยว่คลำพบหนทางแห่งมรรคผลแล้ว หากนางนำประกายปัญญานี้ไปถกกระบวนความกับจ้าวเสวียนจี ย่อมต้องรื้อโครงสร้างเคล็ดวิชาที่ถูกต้องออกมาได้อย่างไร้ที่ติ เขาจึงคร้านจะก้าวตามไปก้าวก่าย
อาศัยตบะญาณและวิสัยทัศน์ระดับราชันย์ของจ้าวเสวียนจี การพลิกแพลง ‘เคล็ดวิชาชิงยวิน’ ใหม่ตั้งแต่รากฐานจรดยอด ซ้ำยังสกัดแก่นแท้เพื่อเบิกทางสู่ระดับราชันย์ ย่อมง่ายดายปานพลิกฝ่ามือ
สิ่งที่เรียกว่า ‘ความรู้แจ้ง’ ยามมืดบอด ต่อให้เพ่งพินิจสิ่งใดก็มีเพียงม่านหมอกพรางตา ทว่ายามใดที่สะเก็ดไฟแห่งปัญญาปะทุ การแหวกเมฆาเห็นตะวันก็เป็นเพียงเรื่องกล้วยๆ และสิ่งที่จ้าวหนิงมอบให้คนทั้งสอง… ก็คือสะเก็ดไฟจุดประกายนี้
จ้าวหนิงทิ้งตัวลงหน้าโต๊ะหนังสือ นัยน์ตาหลุบต่ำครุ่นคิดชั่วครู่ ก่อนจรดพู่กันตวัดร่ายบันทึกความรู้แจ้งของ ‘ท่าเท้ากระจกวารี’
รากฐานความยิ่งใหญ่ของตระกูลจ้าวค้ำยันด้วยสองเสาหลัก คือ ‘เคล็ดวิชาชิงยวิน’ และ ‘ท่าเท้ากระจกวารี’ วิถีบำเพ็ญเพียรเฉกเช่นการปั้นทหารกล้า ไพร่พลวัดกันที่ความเหี้ยมหาญ มิใช่อาศัยเพียงจำนวน
เหล่าผู้ฝึกยุทธ์ตระกูลจ้าว ขอเพียงตบะญาณรุดหน้า ผนวกกับ ‘ท่าเท้ากระจกวารี’ ที่เสริมอานุภาพ