จ้าวเสวียนจีหรี่ตาครุ่นคิด “เรื่องนี้ไม่ง่าย… หรือจะพูดให้ถูกคือยากเย็นแสนเข็ญ รูปลักษณ์ของชนเผ่าเป่ยหูมิได้ผิดแผกจากชาวฉีมากนัก อย่างมากก็เพียงผิวพรรณกร้านแดดและเค้าโครงหน้าหยาบกระด้างกว่าเล็กน้อย ไม่อาจใช้เป็นเกณฑ์จำแนกได้ชัดเจน”
“ยามไร้หลักฐานมัดตัว ย่อมไม่อาจกวาดล้างชาวหูทั้งหมดในดินแดนต้าฉี บัดนี้แผ่นดินเรืองรอง นานาประเทศล้วนศิโรราบ ตามหัวเมืองใหญ่คลาคล่ำด้วยชนต่างเผ่า ทั้งพ่อค้าและคณะทูตจากหนานหมาน เป่ยหู ตงอี๋ และซีตี๋ ปะปนกันจนยากจะแยกแยะ”
“ซ้ำร้ายสายลับชาวหูยังเร้นกายในเงามืด หว่านสินบน ซื้อตัว และประจบสอพลอขุนนางกังฉินไว้มากมาย เมื่อมีพวกมันคอยกางร่มชูใบบังหน้า การขยับตัวจึงยิ่งยากลำบาก ต่อให้มีพระราชโองการในมือ แต่หากไร้เป้าหมายชี้ชัด พวกเราก็ไม่อาจผลีผลามลงดาบ”
จ้าวหนิงย่อมตระหนักถึงอุปสรรคข้อนี้ดี เป็นดั่งที่จ้าวเสวียนจีกล่าว การกวาดล้างสายลับเป็นภารกิจที่ยากดุจงมเข็มในมหาสมุทร
ว่ากันตามตรง ไม่ว่าจะเป็นหนานหมาน เป่ยหู ตงอี๋ หรือซีตี๋ ยามนี้ต่างแสร้งก้มหัวยกย่องต้าฉีเป็นจ้าวแผ่นดิน ไปมาหาสู่กันฉันมิตรเบื้องหน้า มิได้ฉีกหน้าเปิดศึกอย่างโจ่งแจ้ง
คดีเลือดที่เมืองไต้โจวอาจดึงส