ำรพวกนี้อำยุก็พอๆ กับนักศึกษำเหล่ำนี้บำงคนเด็กกว่ำด้วยซ ้ำ แต่อย่ำงไรเสียเขำก็เป็นครูฝึก บอกให้ก้ำวออกมำก็ต้องออก บอกให้ยืนตรงก็ต้องยืนเจิ้งทั่นนั่งมองอย่ำงอำรมณ์ดี เขำอยู่ในที่ร่ม มีลมพัดมำบ้ำงเป็นครั้งครำวท ำให้รู้สึกสบำย แต่คนที่ถูกฝึกอยู่นั้นพำกันไม่ไหวบำงคนเป็นลมแดดถูกหำมไปพักด้ำนข้ำงแต่เมื่อเทียบกับผู้หญิงที่อยู่คณะสำยศิลป์แล้วนั้น สำวๆ ทำงนี้ดูอึดกว่ำเยอะ ดูแข็งแรงกว่ำ ถ้ำเป็นลมแดดบ่อยๆ ก็จะถูกประชดว่ำ ‘ผู้หญิงอ่อนแอ’ ‘ส ำออย’ เป็นต้น ดังนั้นจึงต้องอดทนไว้ ถึงแม้ว่ำจะมีผู้หญิงไม่มำก แต่ก็ถือว่ำมี อย่ำเพิ่งสร้ำงภำพลักษณ์แย่ๆ ก่อนเริ่มเรียนเลยจะดีกว่ำเจียวเวยยังไม่สังเกตเห็นเจิ้งทั่น ตอนช่วงพักมีคนคนหนึ่งพูดขึ้นเขำถึงเห็น พอหันไปดูก็พบแมวด ำหน้ำคุ้นๆ ก ำลังนั่งอยู่บนต้นไม้ที่ห่ำงออกไปไม่ไกลทุกคนก็แค่ให้ควำมสนใจในชั่วขณะนั้น สักพักก็ลืมสนิทใครไม่เคยเห็นแมวบ้ำงล่ะ มีอะไรให้น่ำตกใจ แต่เจียวเวยไม่คิดแบบนั้น เขำมักจะรู้สึกว่ำแมวด ำตัวนั้นเหมือนก ำลังวำงแผนอะไรอยู่วันต่อมำสิ่งที่เจียวเวยสังหรณ์ใจนั้นก็เป็นจริงแมวสี่ตัวก ำลังนั่งอยู่แถวบนสุดของอัฒจันทร์ ตรงนั้นร่มอีกทั้งยังสำมำรถมองห็นนักศึกษำที่ก ำลังฝึกอยู่ทั้งหมดได้ด้วยเจียวเวยเลิกคิ้วขึ้น แมวทั้งสี่ตัวที่เห็นในเขตที่พักบ่อยๆ มำรวมตัวกัน คงจะมำท ำอะไรแน่ๆแต่ครูฝึกก ำลังจ้องอยู่ ท ำให้เขำไม่สำมำรถมองไปทำงนั้นได้บ่อยนัก ขณะที่พวกเขำ