จียวหย่วนพูด“มันเป็นพันธุกรรม ไม่รู้ว่ำเรื่องจริงเป็นอย่ำงไร เมื่อก่อนเด็กคนนั้นเกเร ตอนมอห้ำก็ไปมีเรื่อง ไม่รู้ว่ำไปเจออะไรมำถึงได้กลำยเป็นเด็กเงียบๆ แล้วก็ดูเชื่อฟังขึ้น กลับมำขยันเรียน เวลำว่ำงยังช่วยที่บ้ำนท ำอำหำร ขนำดแม่ไม่ให้เข้ำครัวก็ยังจะดื้อเข้ำไปช่วย พ่อเขำก็บังคับไม่ได้ แต่เด็กคนนี้อึดมำก บำงครั้งทบทวนบทเรียนจนดึกดื่นแล้วยังไปช่วยตั้งร้ำนขำยบะหมี่ผัด ช่วงปิดเทอมยังออกไปช่วยพ่อขำยอำหำรอีก โดยบอกว่ำเป็นกำรพักผ่อนสมอง” พ่อเจียวหย่วนพูด“เด็กๆ ก็เป็นแบบนี้แหละ บำงครั้งก็ท ำให้โกรธ แต่พอเจอเหตุกำรณ์บำงอย่ำงก็ท ำให้กลับมำเป็นที่รักได้ แต่เด็กวัยรุ่นยังต้องเรียนรู้อะไรอีกเยอะ”เจียวหย่วนที่ก ำลังนั่งเขียนศัพท์อยู่ในห้องรู้สึกเย็นวำบที่หลัง เพรำะเขียนผิด“คุณท ำใจได้เหรอ?”“ท ำไมจะไม่ได้ล่ะคะ?”ถึงจะพูดแบบนั้น แต่สองสำมีภรรยำก็รู้ดีว่ำตัวเองก็ยังหวั่นใจ อันที่จริงพ่อแม่เจียวเวยก็ท ำใจไม่ได้ที่ต้องเห็นลูกล ำบำก แต่ด้วยนิสัยที่ดื้อรั้นของเจียวเวยท ำให้พวกเขำท ำอะไรไม่ได้“ช่วยได้ก็ช่วยแล้วกันค่ะ”