แม้เพลิงโทสะจะสุมทรวง ทว่าสวีหมิงหล่างหาได้หวั่นเกรงภยันตรายใดที่จะลุกลามถึงตัว
สายใยสมคบคิดกับองค์หญิงเป่ยหูล้วนเป็นตระกูลฟ่านที่ชักใย ตัวเขาเพียงทอดตามองจากเบื้องบน แสร้งแสดงท่าทีสนับสนุนเท่านั้น หาได้ลดตัวลงไปเกลือกกลั้วให้แปดเปื้อน ย่อมไร้หลักฐานมัดตัว
เขามองสถานการณ์ตระกูลฟ่านทะลุปรุโปร่ง เพียงปรายตามอบสัญญาณ ฟ่านจงหมิงผู้กระหายที่ยืนในหมู่ขุนนางบุ๋นจนตัวสั่น ย่อมพร้อมพุ่งทะยานออกไปกัดสบั้นดั่งสุนัขล่าเนื้อ
ต่อให้ฟ่านจงหมิงเพลี่ยงพล้ำตกอยู่ในเงื้อมมือตระกูลจ้าวแล้วซัดทอดมา สวีหมิงหล่างก็พลิกลิ้นได้เสมอว่าอีกฝ่ายถูกตระกูลจ้าวบีบบังคับให้ป้ายสีขุนนางบุ๋น เมื่อไร้พยานหลักฐาน ทุกถ้อยคำก็เป็นเพียงลมปากไร้น้ำหนัก
ชิงไหวชิงพริบในราชสำนัก พวกขุนศึกสมองกลวงที่รู้จักแต่การเข่นฆ่า มีหรือจะต่อกรกับจิ้งจอกเฒ่าฝ่ายบุ๋นได้
หากสถานการณ์บานปลายถึงขั้นแตกหัก สวีหมิงหล่างมั่นใจว่ามีร้อยแปดวิธีเชือดเฉือนอีกฝ่าย ไม่เช่นนั้นตลอดหลายปีมานี้ ขุนนางบู๊จะถูกเหยียบย่ำจนจมดินได้อย่างไร
ทว่าจากฎีกาลับของจ้าวเสวียนจี ดูเหมือนฟ่านจงหมิงจะยังปิดปากเงียบ สวีหมิงหล่างลอบพอใจลึกๆ ยามนี้ตระกูลฟ่านคงยังฝากความหวังให้เขาช่