อำจินนั่งนำนจนขำเป็นตะคริวจริง แต่ในใจเขำก็รู้สึกประหลำดใจมำกเขำไม่ได้แปลกใจที่เว่ยเหลิงบอกว่ำจะไปที่หอกลำงคืนเพรำะคนที่ไปที่นั่นมีออกเยอะแยะ ไม่มีอะไรให้น่ำแปลกใจ แต่สิ่งที่เขำไม่เข้ำใจก็คือ อีกฝ่ำยจะพำแมวเข้ำไปด้วย?แมวเข้ำไปในผับได้ด้วยเหรอ? และที่นั่นยังเป็น ‘หอกลำงคืน’ ด้วยหลำยวันมำนี้เกือบทุกวันอำจินจะมำยืนดูที่นี่จำกฝั่งตรงข้ำมมองผู้คนเดินเข้ำไป มองวงดนตรีที่ได้รับเชิญเดินเข้ำไป จำกนั้นเขำก็จะเหม่อลอย จนกระทั่งมีคนออกมำ แล้วได้ยินคนพวกนั้นพูดคุยกันถึงวงดนตรีบ้ำงนักร้องบ้ำง ซึ่งมันท ำให้อำจินรู้สึกอิจฉำท ำให้เขำคิดว่ำวันไหนตัวเองถึงจะได้กลำยเป็นหัวข้อสนทนำของคนพวกนั้นบ้ำง?แต่ตอนนี้แม้แต่ผับเล็กๆ พวกเขำยังเข้ำไปเล่นไม่ได้ แล้วนับประสำอะไรกับผับที่มีชื่อเสียงอย่ำง ‘หอกลำงคืน’ห่ำงกันแค่ถนนเส้นเดียวกั้น แต่เหมือนอยู่ไกลคนละฟ้ำอำจินนึกไม่ถึงว่ำผับที่ก่อนหน้ำนี้ตัวเองรู้สึกว่ำเอื้อมไม่ถึงอยู่ๆ กลับมีคนมำชวนให้เข้ำไปด้วยกันก็ยังดี ไม่ว่ำอีกฝ่ำยจะมีจุดประสงค์อะไร แต่อย่ำงน้อยมีโอกำสได้เข้ำไปใน ‘หอกลำงคืน’ ก็คุ้มแล้วอำจินเดินตำมเว่ยเหลิงกับเจิ้งทั่นข้ำมถนน แล้วเข้ำไปข้ำงในผับผ่ำนทำงประตูด้ำนข้ำง ซึ่งมันยิ่งท ำให้เขำคำดไม่ถึงคนที่เฝ้ำประตูด้ำนข้ำงพอเห็นเว่ยเหลิงก็เรียก ‘พี่เหลิง’ออกมำ แต่พอเห็นอำจินที่ตำมมำก็มองด้วยควำมสงสัย เพรำะหน้ำไม่คุ้น ดูเด็ก สภำพมอมแมม นึกไม่ถึงว่ำท ำไมเว่ยเหลิงถ