ล้วตะโกนขึ้น “แม่ฮะ ชาร์โคลเหมือนจะป่วย”“อะไรนะ? เป็นหวัดเหรอ?” แม่เจียวหย่วนรีบวางงานในมือลง แล้วรีบใส่รองเท้าเดินออกมาเจิ้งทั่นเองก็รู้สึกไม่ค่อยดี นี่เขาเป็นหวัดจริงๆ เหรอ?“ต้องวัดอุณหภูมิร่างกายไหมคะ?”วัดอุณหภูมิร่างกาย?เจิ้งทั่นนึกถึงตอนที่อยู่ที่ศูนย์กลางสัตว์เลี้ยง เขาเห็นสัตว์เลี้ยงตัวอื่นถูกเสียบปรอทวัดไข้ นึกแล้วก็ตัวสั่น ไม่นะ อย่าเอาอะไรมาเสียบข้างหลังพี่!แม่เจียวหย่วนไม่ค่อยรู้เรื่องพวกนี้ พอคิดสักพักจึงโทรศัพท์ไปหาเสี่ยวกัว“เป็นหวัดเหรอครับ? ในตามีเส้นเลือดขึ้นหรือเปล่า? มีน ้าตาไหลหรือมีขี้ตาเยอะมากเป็นพิเศษหรือเปล่าครับ?” เสี่ยวกัวถาม“ไม่มีเลยนะ”“แล้วเรื่องกินเป็นยังไงบ้างครับ?”“ยังไม่ถึงเวลาอาหารเย็นเลยยังไม่รู้จ้ะ”“ลองวัดอุณหภูมิดูก่อน แต่ถ้าวัดเองที่บ้านแบบนั้นใช้วิธีวัดตรงต้นขาหลังก็ได้ครับ น่าจะสะดวกกว่า……”เจิ้งทั่นกระโดดขึ้นไปบนโต๊ะหนังสือ แล้วเชิ่ดหูขึ้นฟังแม่เจียวหย่วนคุยกับเสี่ยวกัว พอได้ยินว่าไม่ต้องเสียบข้างหลังแล้วเขาก็โล่งใจแม่เจียวหย่วนหลังจากที่คุยโทรศัพท์เสร็จแล้วก็ไปเอาปรอทวัดไข้ออกมาสะบัด พอหันหน้ามาก็เห็นเจิ้งทั่นนอนรออยู่ก่อนแล้ว หางดูเกร็งไปหมด จากนั้นก็ยกขาขึ้นแม่เจียวหย่วนอดไม่ได้ที่จะหัวเราะออกมา แมวบ้านอื่นเวลาวัดไข้ยังต้องมีการกล่อม ปลอบประโลมกันอยู่ตั้งนาน พอตอนนี้ถึงคราวแมวบ้านตัวเอง กลับไม่ต้องพูดอะไรมาก จัดวางท่าให้เสร็จสรรพสิ่งที่เจิ้ง