เจ้าหลังดำก็จะเข้าไป แต่ถูกเด็กที่สวมเสื้อกันหนาวสีชมพูเอากิ่งไม้ตี มันจึงเห่าหนักกว่าเดิม“เธอนั่งทับของบางอย่างอยู่น่ะ” เสี่ยวโย่วจื่อพูดขึ้นเด็กน้อยที่เหมือนก้อนไหมพรมมองไปข้างตัว แล้วก็ลองขยับตัวเล็กน้อย พอดีกับที่เจิ้งทั่นเอาจานร่อนออกมาได้ จากนั้นเขาก็ยกเท้าเตะมันให้ร่อนออกไปพอเห็นจานร่อนเจ้าหลังดำก็ไม่สนใจเด็กทั้งสามอีกต่อไปก่อนที่เจิ้งทั่นจะดึงจานร่อนออกมาได้มันก็เริ่มกระดิกหางไปมาอย่างรวดเร็ว พอจานร่อนหลุดออกมามันก็วิ่งไปหาอย่างมีความสุข ก่อนที่จานร่อนจะตกถึงพื้นมันก็วิ่งไปงับได้ทัน จากนั้นก็วิ่งกลับไปทางที่ก่อสร้างเจ้านายของเจ้าหลังดำคงกำลังเดินอยู่แถวๆ ที่ก่อสร้าง ตรงนั้นค่อนข้างเสียงดัง ไม่แปลกที่เจ้านายของมันจะไม่ได้ยินเสียงเห่าจากด้านนี้ ไม่อย่างนั้นคงเป่านกหวีดนานแล้วพอเห็นสุนัขวิ่งไปไกลแล้ว เด็กทั้งสามคนก็ถอนหายใจออกมาพร้อมกันโดยมิได้นัดหมาย เด็กน้อยที่สวมเสื้อกันหนาวสีชมพูนั่งลงบนพื้นโดยไม่สนว่าจะสกปรกหรือไม่ปัญหาได้รับการแก้ไขเพราะหาสาเหตุเจอ เด็กทั้งสองคนก็เริ่มพูดมากขึ้น เด็กน้อยที่เหมือน ‘ก้อนไหมพรม’ ได้ขอโทษเสี่ยวโย่วจื่อด้วยความจริงใจ เด็กที่รู้จักขอโทษเป็นเด็กดี เด็กคนนี้เป็นเด็กจิตใจดีใช้ได้เจิ้งทั่นปีนขึ้นไปบนต้นไม้ที่อยู่ใกล้ๆ ไม่ได้อยู่กับเด็กๆ ทั้งสามคน เพราะเด็กคนที่สวมเสื้อกันหนาวสีชมพูอยากจะมาลูบเขาเขาจึงบิดตัววิ่งหนีออกมา ไม่ให้ลูบ! เด็กน้อยเอ๋ย มือเ