ใช่ไหมล่ะ ที่รู้อะไรมากขนาดนี้!’“……” เจิ้งทั่นและเสี่ยวโย่วจื่อยังคงตะลึงงัน โปร…ตูน?เด็กน้อยที่สวมเสื้อกันหนาวสีชมพูมองไปรอบๆ คล้ายกับว่าบรรยากาศแถวนั้นชวนให้หลงใหล ทำเป็นไม่ได้ยินบทสนทนาดังกล่าว“แล้วน ้าลายของคนมันมีด้วยเหรอ?” เสี่ยวโย่วจื่อถามเด็กน้อยก้อนไหมพรมนิ่งไปสักพัก จากนั้นก็พูดออกมาอย่างเต็มปากเต็มคำ “ถึงจะไม่มีแต่มันก็ยังมีประโยชน์ เชื่อเราเถอะ ไม่มีทางผิดแน่!”เด็กน้อยเสื้อกันหนาวสีชมพูยังคงมองวิวต่อไปด้วยความตั้งใจมากกว่าเดิมเสี่ยวโย่วจื่อถอนหายใจ จากนั้นก็หยิบกล่องเล็กๆ ออกมาจากกระเป๋าสะพายส่งให้เด็กน้อยก้อนไหมพรมเจิ้งทั่นมองดูแล้วนั่นเป็นกล่องปฐมพยาบาล หลังจากที่แม่เจียวหย่วนออกจากโรงพยาบาลก็ได้เตรียมไว้ให้ทุกคนในบ้านเจียวหย่วนกับกู้โย่วจื่อจะพกไว้ในกระเป๋าสะพายอยู่เสมอ ของที่อยู่ในนั้นมาจากโรงพยาบาลของมหาวิทยาลัย จึงใช้ได้อย่างไม่ต้องกังวล“มันคืออะไรน่ะ?” เด็กน้อยรับกล่องไปเปิดดู จากนั้นก็ร้อง‘อ้อ’ ออกมา “ที่ห้องเราก็มีกล่องปฐมพยาบาล แต่ไม่เคยใช้เลย”กล่องปฐมพยาบาลอันนั้นที่เด็กน้อยว่ามีไว้ประดับห้องเท่านั้น ไม่เคยคิดจะใช้มันมาแต่ไหนแต่ไรขณะที่นำแผ่นฆ่าเชื้อออกมาทำความสะอาดแผล เด็กน้อยก็ส่งเสียง “โอ๊ย” “โอ๊ะ” ออกมาไม่หยุด หนวกหูจนเจิ้งทั่นอยากจะหาอะไรมาอุดหูขณะที่กำลังจะติดพลาสเตอร์ยา เด็กน้อยรู้สึกว่าถ้าคนอื่นติดให้จะเจ็บ จึงใช้มืออีกข้างที่เหลืออยู่ติดเอง สภาพออกมา