่าเสียดายที่ตอนนี้เขาพูดไม่ได้ ทำได้แค่ร้องเสียงแมวเจียวหย่วนไม่ได้ตรวจข้อสอบต่อ เขามองเสี่ยวโย่วจื่อด้วยสายตาสงสารเสี่ยวโย่วจื่อหลังรับโทรศัพท์แล้วก็พูดน้อยกว่าพ่อเจียวหย่วนอีก ‘อืม’ บ้าง ‘อ้อ’ บ้าง จากนั้นก็เงียบ แล้วทางนั้นก็วางสายไปเจิ้งทั่นอดไม่ได้ที่จะเกาขา แม่ของโย่วจื่อพูดอยู่สองประโยคคือ ‘สบายดีนะ’ กับ ‘อยู่บ้าน Aunty (คุณป้า) ต้องเป็นเด็กดี’เสี่ยวโย่วจื่อเม้มริมฝีปาก วางหูโทรศัพท์ แล้วก็เดินไปนั่งกดเครื่องคิดเลขต่อ เด็กน้อยเอาข้อสอบมาตรวจเช็คความถูกต้อง เมื่อข้อมูลถูกแล้วก็ติ๊กถูกลงไปบนข้อสอบ แสดงถึงไม่มีข้อผิดพลาดในบรรดาข้อสอบเหล่านั้นมีบางฉบับที่มีรอยข่วนของเจิ้งทั่นด้วย“เอาล่ะ วันนี้พอแค่นี้ก่อน” พ่อเจียวหย่วนตบมือ เอาข้อสอบที่อยู่ตรงเจียวหย่วนกับเสี่ยวโย่วจื่อจัดให้เป็นระเบียบ“จริงสิโย่วจื่อ คุณแม่หนูโอนโงนมาให้ซื้อของขวัญปีใหม่ให้ หนูมีอะไรที่อยากได้ไหม?”เสี่ยวโย่วจื่อคิดสักพักจึงตอบออกมา “จักรยานค่ะ”“ผมก็อยากได้” เจียวหย่วนตื่นเต้น ทำไมเขาถึงลืมนึกถึงจักรยานไปเลยนะ พอขึ้นมัธยมต้นก็ต้องเริ่มขี่จักรยานแล้ว ควรจะหัดเอาไว้ก่อน ถึงตอนนั้นจะได้แข่งกับพวกสงสงได้! เพราะในโรงเรียนก็มีรถเข้าออกไม่มาก เหมาะแก่การแข่งขี่จักรยานที่สุดพ่อเจียวหย่วนมองเจียวหย่วนด้วยสีหน้าที่ไม่เปลี่ยน “ไว้ก่อน”“ทำไมล่ะครับ”“แม่ของลูกบอกว่ารอปิดเทอมฤดูร้อนก่อนค่อยซื้อ สงสง ซูอันก็เหมือนกัน พวกเขาก็