ไปไม่ไกล เจิ้งทั่นจึงพอจะได้ยินบทสนทนาในโทรศัพท์ปลายสายเป็นผู้หญิง บทสนทนาส่วนใหญ่จะเป็นฝ่ายหญิงพูด บางครั้งจะมีภาษาอังกฤษแทรกขึ้นมาบ้าง พ่อเจียวหย่วนขานรับบ้างเป็นบางครั้ง ไม่ได้พูดอะไรมากถึงแม้ว่าพ่อเจียวหย่วนจะไม่ได้เอ่ยอะไรมาก แต่เท่าที่เจิ้งทั่นรู้ ปกติพ่อเจียวหย่วนคุยโทรศัพท์ไม่ได้มีท่าทีเย็นชาขนาดนี้อีกฝ่ายพูดถึง ‘เขา’ อยู่หลายครั้ง แต่เจิ้งทั่นก็ไม่รู้ว่าหมายถึงใคร จากนั้นอีกฝ่ายก็พูดถึงแต่เรื่องว่าจะโอนเงินมา หวังว่าพ่อเจียวหย่วนจะช่วยดูแล ‘เขา’ คนที่ว่านี้หลังจากคุยไปได้หลายนาทีพ่อเจียวหย่วนก็ไม่ได้ตอบแค่‘อืม’ ‘อ้อ’ ‘โอเค’ อีกต่อไป แต่กลายเป็นถามกลับ “แล้วอยากจะคุยกับเขาไหม?”อีกฝ่ายเงียบไปสักพักแล้วพูดขึ้น “โอเค ทางนี้ยังมีเรื่องต้องทำอีกนิดหน่อย คงคุยได้แค่ไม่กี่นาที”พ่อเจียวหย่วนไม่ได้ฟังอีกฝ่ายพูดอะไรต่อ เขาหมุนตัวหันไปมองเสี่ยวโย่วจื่อที่กำลังกดเครื่องคิดเลข “โย่วจื่อ คุณแม่อยากคุยด้วย”เจิ้งทั่นหูผึ่งขึ้นมาทันทีแม่ของเสี่ยวโย่วจื่อเหรอ? คนที่ตัวเองไม่อยากอยู่เมืองนอกแต่กลับเอาลูกสาวที่เพิ่งอายุเจ็ดขวบส่งกลับบ้าน แล้วตัวเองก็ใช้ชีวิตอย่างมีความสุขน่ะนะ?เมื่อครู่เจิ้งทั่นไม่ทันจะได้นึกถึงแม่ของเสี่ยวโย่วจื่อ ด้วยความที่บทสนทนาดูห่างเหิน เหมือนกับอยากจะรีบจบการพูดคุยเพราะกลัวว่าคนทางนี้จะยื้อเอาไว้มิน่าพ่อเจียวหย่วนถึงได้มีปฏิกิริยาแบบนั้นถ้าเป็นเจิ้งทั่นเขาคงด่าไปแล้ว น