ริญญาตรีมาช่วยทำโปรเจกต์ในห้องทดลองไปหลายคนแล้ว ส่วนพ่อเจียวหย่วนยังมีอี้ซินแค่คนเดียวที่เรียนทางด้านนี้โดยตรงนักศึกษาที่เรียนเก่งถ้าไม่ไปเรียนต่อต่างประเทศ ก็ถูกอาจารย์ที่เก่งๆ ในคณะรับไปเป็นลูกศิษย์หมดแล้ว ส่วนที่เหลือๆและยังเก่งๆ อยู่ก็จะไปอยู่ในมืออาจารย์ที่มีโปรเจกต์และเงินสนับสนุนมาก พวกที่เหลือสุดท้ายจริงๆ เถ้าแก่เจียวดูแล้วก็ไม่ถูกใจ จึงต้องรอเด็กที่มาจากการสอบเข้าพร้อมกันทั่วประเทศอีกทีนอกจากจะยุ่งเรื่องงานวิจัยแล้ว พ่อเจียวหย่วนยังต้องคอยดูเรื่องบริษัทของหยวนจืออี๋ด้วยบริษัทของหยวนจืออี๋มีชื่อว่า ‘เทียนหยวนไบโอ’ เทียน มาจากชื่อพ่อของเขา หยวน มาจากนามสกุลเจิ้งทั่นได้ยินพ่อเจียวหย่วนกับหยวนจืออี๋คุยกันว่า อีกหน่อยอาจจะจัดตั้งศูนย์วิจัยเฉพาะ แต่ตอนนี้พนักงานในบริษัทมีจำกัดคนที่เก่งๆ ต่างก็ไม่มีใครยอมที่จะมาทำงานกับบริษัทเล็กๆ ที่เพิ่งก่อตั้งไม่นาน ดังนั้นสำหรับพ่อเจียวหย่วนและหยวนจืออี๋แล้วนี่เป็นภารกิจที่หนักมากตอนนี้อุปกรณ์ทดลองกับของใช้ของรองศาสตราจารย์เจียวล้วนซื้อมาจากบริษัท ซึ่งทำให้เสียเงินน้อยลง แล้วยังได้ปริมาณของที่มากขึ้นด้วย หยวนจืออี๋เองก็สนับสนุน หากโปรเจกต์นี้ทำออกมาดี ก็จะส่งผลต่อการเลื่อนขั้นเป็นศาสตราจารย์ของพ่อเจียวหย่วนรองศาสตราจารย์เจียวเองก็ได้แนะนำบริษัทให้กับบรรดาอาจารย์ที่ต้องการอยากจะประหยัดงบในการทำโปรเจกต์ แต่ไม่ได้บอกว่าตัวเองถือหุ้นอยู่ในบริษัทน