นก็ได้ยินเสียงพังโต๊ะดังมาจากในโทรศัพท์”“เขาต้องพังโต๊ะเพราะลูกศิษย์อีกแล้วเหรอ”คีย์เวิร์ดคือคำว่า ‘อีก’“ฟังจากเสียงแล้วคงต้องเปลี่ยนตัวใหม่ ปีนี้ก็ตัวที่เจ็ดแล้วล่ะ จะซื้อตัวที่มันแข็งแรงทนทานกว่านั้นให้แกก็ไม่เอา”“แน่ล่ะ พอโมโหทีไรก็ไปลงกับโต๊ะแบบนั้นน่ะ”“โมโหก็ต้องระบายออกมา ดีกว่าเก็บอัดอั้นไว้ในใจ ยังไงซะเอ้อเหมาก็เตรียมโต๊ะไว้ให้แกเป็นโกดังอยู่แล้ว คงใช้ไปได้อีกหลายปี”“จริงสิ มีข่าวของเอ้อเหมาบ้างไหม” เหอเทาถาม“ไม่มี”ขณะที่ทั้งสองคนกำลังพูดคุยกัน เจิ้งทั่นก็กำลังนั่งดูสถานการณ์ในโรงงานน ้าอัดลมที่อยู่ข้างๆ อยู่ โรงงานแห่งนั้นเพิ่งจะเริ่มทำการย้าย ตอนนี้รถบรรทุกคันใหญ่ค่อยๆ ทยอยกันเข้ามาขนของไปจนเต็มคันรถสายตาของเจิ้งทั่นพุ่งไปที่รถบรรทุกที่กำลังลำเลียงของขึ้นรถ คนงานกำลังเอาลังที่บรรจุน ้าอัดลมขวดแก้วเรียงขึ้นไป ขณะที่กำลังขนของอยู่นั้น รถตำรวจหลายคันก็ขับเข้ามา คนงานหันไปซุบซิบกันถึงสาเหตุที่มีรถตำรวจมา โดยที่ไม่ได้ระวังฝาขวดที่กลิ้งตกออกมา พอเหยียบโดนปุ๊บ ลังน ้าอัดลมที่อยู่ในมือก็หลุดออกน ้าอัดลมที่ถูกย้ายไปย้ายมาพอถูกกระแทกเข้า อานุภาพของมันรุนแรงอย่าบอกใครหลังจากที่เจิ้งทั่นได้ยินเสียง ‘ตูม’ คนงานที่อยู่ใกล้ๆ นั้นถูกเศษแก้วที่แตกออกบาดจนเสื้อผ้าขาดวิ่น อวัยวะที่อยู่นอกเสื้อผ้าก็ถูกบาดจนเป็นแผลตามจุดต่างๆคนงานที่ได้รับบาดเจ็บถูกพาออกไปทำแผล จากนั้นเจิ้งทั่นถึงได้เบนความสน