างเถอะ นายคงไม่เข้าใจ”พูดจบเว่ยเหลิงก็กระโดดข้ามกำแพงไป ท่าทางดูคล่องแคล่ว ดูเป็นเรื่องง่ายๆเจิ้งทั่นกระโดดขึ้นกำแพง เขายืนอยู่บนนั้นมองสภาพแวดล้อมรอบๆ ที่เขายอมตามเว่ยเหลิงออกมาด้วยก็เพราะความอยากรู้อยากเห็นล้วนๆ อีกทั้งเขาไม่เหมือนเว่ยเหลิงที่ต้องทำหลบๆ ซ่อนๆ อย่างไรเสียเขาก็เป็นแค่แมวตัวหนึ่ง ไม่มีใครมองว่าแมวจะมีภัยหรอก อีกอย่างรอบๆ นี้แมวเร่ร่อนก็เยอะ ตอนที่อยู่บนรถเขาเห็นอยู่หลายตัว ดังนั้นการที่มีแมวดำเข้ามาในเขตโรงงานจึงไม่ใช่เรื่องแปลกใหม่อะไรตอนที่ออกมาจากบ้านเจิ้งทั่นได้ถอดป้ายคล้องคอกับกุญแจออกจากคอแล้ว ดังนั้นเขาจึงดูไม่มีความพิเศษอะไร ต่อให้มีคนมาเจอก็คงจะแค่อุทานว่า ‘แมวตัวนี้ดูเท่ห์จัง’ ไม่ได้ให้ความรู้สึกเหมือนมีบุคคลน่าสงสัยเข้าใกล้ของภายในโรงงานถูกย้ายออกไปหมดแล้ว ดูโทรมมาก บนพื้นมีแต่เศษกระเบื้อง แผ่นโฆษณาที่เปลี่ยนสีแล้ว รวมถึงเศษวัสดุที่ใช้ในการผลิต กลิ่นพวกสารปรุงแต่งยังคงอบอวลอยู่ในอากาศเจิ้งทั่นเดินตามหลังเว่ยเหลิงอยู่ไม่ไกล หูที่เชิ่ดขึ้นของเขาได้ยินเสียงบางอย่างเบาๆ น่าจะเป็นเสียงของคน คล้ายกับเป็นเสียงร้องของคนที่ถูกอัดลงไปกอง แต่ไม่ใช่เสียงของเหอเถาหลังกำแพงทางตะวันออกถัดออกไปห้าสิบเมตรมีคนอยู่อย่างน้อยสามคน เจิ้งทั่นได้ยินเสียงคุยเบาๆ ของพวกเขา เท่าที่ฟังดูได้ความว่า พวกเขากำลังรอคนออกมาจากโกดังตรงหน้า แล้วค่อยลงมือเจิ้งทั่นมองโกดังที่อยู่ถัดออกไปไม่ไก