้อเชิญให้คนมาดูคนขับรถเมล์หันมามองข้างนอก จากนั้นก็หันกลับไปมองข้างหน้า พลางเตือนผู้โดยสารให้ระวัง กำลังจะไฟเขียวแล้ว น่าเสียดายที่ไม่มีใครฟังเขาพอไฟเขียวมอเตอร์ไซค์ก็พุ่งออกไป ห่างออกจากรถเมล์ไปเรื่อยๆ แต่เมื่อครู่ตอนที่รถเมล์ออกตัว เจิ้งทั่นเห็นคนที่คายเม็ดส้มหัวไปกระแทกเก้าอี้ที่อยู่ข้างหน้า เสียงดัง ‘โป๊ก’เจิ้งทั่นเบะปาก รู้สึกอารมณ์ดีขึ้นมาไม่น้อยพอรถเริ่มออกนอกเมือง สัญญาณไฟจราจรก็น้อยลง เว่ยเหลิงเพิ่มความเร็วไปเยอะมากบริเวณรอบๆ เต็มไปด้วยโรงงาน ไปข้างหน้าอีกหน่อยก็จะเป็นวงแหวนรอบนอก แต่จากที่เจิ้งทั่นดูป้ายแขวนตามทางแล้วบริเวณรอบๆ นี้เตรียมจะรื้อทิ้ง เพราะเหตุผลด้านสิ่งแวดล้อมรัฐบาลเตรียมจะเอาโรงงานที่อยู่รอบๆ นี้ออก อย่างไรเสียบริเวณรอบๆ นี้ก็มีทะเลสาบ พื้นที่โซนนั้นพวกนักลงทุนอสังหาริมทรัพย์คงจะเล็งกันไว้แล้วเว่ยเหลิงขี่มอเตอร์ไซค์ไปจอดที่ประตูด้านข้างของโรงงานแห่งหนึ่ง เขามองไปรอบๆ แล้วล้วงเอาโทรศัพท์ออกมาโทรโรงงานที่อยู่ตรงหน้านี้แต่ก่อนคือโรงงานปรุงแต่งอาหารเพิ่งจะย้ายออกไป บรรยากาศดูวังเวงมาก มีเพียงแค่ภาพที่อยู่บนกำแพงที่ช่วยบอกว่าบริเวณนี้เคยทำอะไรมาก่อนเว่ยเหลิงยังคงโทรหาเพื่อนไม่ติด แต่เขาแน่ใจว่าตอนนี้เพื่อนอยู่ที่นี่ ประตูของโรงงานถูกปิดอยู่ ดังนั้นจึงต้องปีนกำแพงเข้าไป“นายตามหลังฉันนะ ถ้าเกิดมีคนเข้ามาก็ส่งเสียงบอกหน่อยถ้ามีเหตุฉุกละหุกนายจะช่วยปกป้องฉันก็ได้…ช่