ับช้าๆ อยู่ แต่พอพ้นประตูมหาวิทยาลัยเขาก็เพิ่มความเร็วทันทีเจิ้งทั่นไม่รู้ว่าเว่ยเหลิงจะพาไปไหน เส้นทางนี้เขาไม่เคยมาอาคารที่อยู่รอบๆ ดูแปลกตา เขาเอาหัวโผล่ออกมาจากกระเป๋ามองภาพที่ผ่านไปอย่างรวดเร็วจากทางด้านหลังสำหรับรถที่วิ่งในเมืองแล้วสิ่งที่น่ารำคาญก็คือ สัญญาณไฟจราจรที่ค่อนข้างเยอะ ถึงแม้ว่ามอเตอร์ไซค์จะวิ่งได้ไว แต่ก็ต้องหยุดเมื่อเจอไฟแดงขณะที่รอสัญญาณไฟเขียว ข้างๆ รถของเว่ยเหลิงก็มีรถเมล์คันหนึ่งเข้ามาจอด ริมหน้าต่างรถฝั่งเจิ้งทั่นมีคนๆ หนึ่งกำลังกินส้ม เขาเปิดหน้าต่างแล้วคายเม็ดออกมา จากนั้นเม็ดส้มก็ค้างอยู่ในอากาศและลอยมากระแทกกับหัวของเจิ้งทั่น“……” โว้ย! คนที่มันคายเม็ดส้มไม่เลือกที่แบบนี้ต้องจับปรับให้ไม่เหลือแม้แต่กางเกงใส่กลับบ้าน!“โอ้โห พ่อหนุ่มคนที่ขี่มอเตอร์ไซค์สะพายแมวไว้ข้างหลังด้วย แมวดำทั้งตัวอีกต่างหาก” คนที่กินส้มพูดขึ้นเสียงดัง“ไหนๆ”“นั่นแมวจริงๆ ด้วย ฉันคิดว่าเป็นพวกโมเดลของเลียนแบบซะอีก”“แม่คะ หนูอยากเห็นแมว”“อย่าเบียดสิ ก็แค่แมวตัวเดียว จะเบียดเข้ามาทำไม”“หลบให้ฉันดูหน่อยซิ…”……ยุคสมัยนี้โทรศัพท์มือถือยังไม่ใช่รุ่นที่มีฟังก์ชั่นอะไรมากดังนั้น ‘สังคมก้มหน้า’ บนรถจึงยังไม่เยอะ แค่ชั่วพริบตาคนบนรถที่เดิมกำลังนั่งคุยกันอยู่ก็หันมาสนใจเจิ้งทั่นที่โผล่หัวออกมาจากกระเป๋าเป้กระเป๋าเป้สีแดงตัดกับแมวสีดำ ช่างดูสะดุดตายิ่งนักเจิ้งทั่นรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นลิง กำลังเชื