เจิ้งทั่นแสดงสีหน้าไม่เข้าใจ ‘อาจารย์ฝู’ ที่ว่าคือใครเขาก็ไม่รู้จัก ตอนแรกคิดว่าพ่อเจียวหย่วนจะพูดเรื่องที่เขาไปข้างนอกเสียอีก แต่ตอนนี้ไม่เพียงแต่จะไม่พูดเรื่องนั้น ยังยกเรื่อง ‘อาจารย์ฝู’ขึ้นมาใหม่ นี่มันเรื่องอะไรกัน?“เฮ้อ ช่างเถอะ ดูท่าชาร์โคลจะไม่รู้เรื่องนะ” แม่เจียวหย่วนกลับเข้าครัวไปทำอาหารเย็นต่อ เธอไม่คิดว่าแมวหนึ่งตัวจะสามารถเปลี่ยนท่าทีของ ‘อาจารย์ฝู’ ผู้โด่งดังแห่งมหาวิทยาลัยฉู่หัวได้หรอกพ่อเจียวหย่วนนั่งลงบนโซฟา แล้วอธิบายเรื่องราวของ‘อาจารย์ฝู’ ให้เจิ้งทั่นฟังฟังจากที่พ่อเจียวหย่วนบรรยายถึงผู้หญิงอายุห้าสิบกว่าๆใบหน้าดูเข้มงวดแล้ว เจิ้งทั่นก็นึกไปถึงคุณยายที่เจอที่ทะเลสาบคนนั้นน่าจะเป็นคนนั้นแหละ‘อาจารย์ฝู’ มีชื่อจริงๆ ว่าเยี่ยเฮ่อ เป็นคณบดีของคณะฟิสิกส์ชื่อของท่านเหมือนกับท่านฝูแห่งเผ่าเยี่ยเฮ่อน่าลาในสมัยราชวงศ์ชิง บวกกับด้วยความที่เป็นคนดุ ดูมีอำนาจ ทุกคนในคณะฟิสิกส์ต่างให้ความเคารพยำเกรง อีกทั้งสามีของท่านยังเป็นถึงอธิการบดีของมหาวิทยาลัยฉู่หัวคนปัจจุบันด้วย ซึ่งก็ไม่รู้เหมือนกันว่าท่านได้รับฉายา ‘อาจารย์ฝู’ นี้มาตั้งแต่เมื่อไรเจิ้งทั่นลองนึกถึงสไตล์การทำงานและท่าทางของท่านแล้วอืม ก็พอจะจินตนาการได้พ่อเจียวหย่วนไม่ได้ถามเจิ้งทั่นถึงเรื่องที่เขาออกไปข้างนอก สำหรับเรื่อง ‘อาจารย์ฝูหัวเราะ’ นั้นก็ตกไป อย่างไรเสีย มันก็ไม่ใช่เรื่องเลวร้ายอะไรเมื่อถึงเวลาอาหารเย็นเด็ก