วิ่งอีกแล้ว แถมยังเร็วกว่าเดิมด้วยเจิ้งทั่นหายใจเข้าลึกๆ หลายครั้ง แล้วก้าวเท้าออกวิ่งตาม แต่ความเร็วแตกต่างกันมาก ไม่นานเงาของเว่ยเหลิงก็หายไป เขาจึงไม่คิดจะวิ่งต่อ เดินอ้อมทางแยกแล้วมุ่งหน้าไปทางสวนเพาะชำของศาสตราจารย์หลันเจิ้งทั่นทำเหมือนเช่นเคยคือการวิ่งข้ามกำแพง เพราะที่นี่อยู่ห่างจากประตูสวนเพาะชำค่อนข้างไกล เขาขี้เกียจเดินอ้อม ผลจากการวิ่งเมื่อครู่ทำให้ทำให้ขาอ่อนแรงนิดหน่อย จนเกือบจะกระโดดไม่ขึ้นถึงจะบอกว่าที่นี่คือสวนเพาะชำ แต่ขนาดไม่เล็กเลย ที่นี่มีแปลงพืชที่คลุมด้วยหลังคาโปร่งแสงอยู่หลายแปลง ต่างก็มีพืชพรรณปกคลุมอยู่ทุกพื้นที่จนหาที่ว่างแทบจะไม่ได้หลังจากที่เขากระโดดขึ้นกำแพงแล้ว ก็ไม่ได้รีบร้อนจะกระโดดลงไป ยังคงเดินเลาะไปเรื่อยๆ จนไปถึงบริเวณใกล้ๆหลังคาโปร่งแสง เขาจึงกระโดดข้ามไปเกาะจนเกิดเสียงดังศาสตราจารย์หลันที่กำลังถือเสียมขนาดเล็กเงยหน้าขึ้นมองแล้วด่าออกมา “จะไปกระโดดลงที่อื่นไม่ได้เหรอไง นายกระโดดลงบนนั้นอีกไม่กี่ครั้งหลังคาชั้นได้มีอันเกษียณก่อนอายุแน่”เจิ้งทั่นไม่สนใจ เขาเดินไปที่กล่องไม้ที่ถูกซ้อนกันเหมือนขั้นบันได แล้วค่อยๆ กระโดดลงมาทีละขั้นเจิ้งทันหันมองซุ้มหลังคาโปร่งแสงที่ปกคลุมแปลงเกษตรอยู่ ด้วยความที่มันโปร่งแสงเขาจึงมองเห็นสิ่งที่อยู่ข้างในดอกลิลลี่?สีเหลืองซะด้วย!เจิ้งทั่นไม่เคยเห็นดอกลิลลี่สีเหลืองมาก่อน เคยเห็นแต่สีขาวเขามองดอกไม้เหล่านั้นแล้วก็รู้สึ