ดียว“เป็นผลจากเครื่องมือทดสอบอันใหม่ที่เพิ่งซื้อมาของหน่วยเรา จะหลอกกันได้เหรอ?” คุณตำรวจตบบ่าเว่ยเหลิง “เอาล่ะพี่ชายขอบคุณจริงๆ ที่ช่วยหาหลักฐานพวกนี้ออกมาได้ ทางเราได้ส่งคนไปเฝ้าแล้ว หากมีการเคลื่อนไหวแล้วจะแจ้งให้ทราบนะเอ่อ นายก็ลาออกไปสามปีแล้ว แผลก็หายดีแล้ว รีบทำการทำงานสักทีสิ อย่ามัวแต่ไปนู่นทีไปนี่ทีเสียเวลาไปวันๆ จะกลับมาเป็นตำรวจหรือจะเปิดบริษัทอะไรก็ว่าไป นายก็เป็นคนกว้างขวาง เงินก็ใช่ว่าจะไม่มี”เว่ยเหลิงจุดบุหรี่ แล้วเอาแขนหนุนหัวพลางมองไปบนโซฟา “ขี้เกียจ”“เฮงซวย!” คุณตำรวจยกแฟ้มตีเข้าไปหนึ่งที เขาโกรธเสียจนไม่อยากพูดเรื่องนี้อีก พลางหันไปมองเจิ้งทั่นที่กำลังแกะห่อเนื้อสำเร็จรูปอยู่บนโต๊ะ “แมวตัวนี้ฉลาดเอาการ แต่ถ้าเทียบกับแมวภูเขาของอาจารย์แล้วล่ะก็…”พูดได้แค่นั้น เขาก็หยุดลง“ฉันพูดเรื่องนี้ทำไมเนี่ย!”“นายพูดเรื่องนี้ทำไมเนี่ย!”ทั้งสองคนแทบจะพูดขึ้นพร้อมกันพอนึกถึงสายตาที่แมวภูเขาตัวนั้นมองคนมันเป็นสายตาเดียวกับอาจารย์ของพวกเขา ทั้งสองคนดูหวาดกลัว นี่เป็นสาเหตุที่เว่ยเหลิงดูไม่ตกใจเท่าไรกับพฤติกรรมของเจิ้งทั่นเว่ยเหลิงเอามือถูแขนที่เกิดอาการขนลุก แล้วเอาเท้าเขี่ยคุณตำรวจ “นายควรกลับไปทำงานได้แล้ว คดีนี้คงทำให้นายงานยุ่งพอตัว”“นั่นสิ” คุณตำรวจเก็บของด้วยสีหน้าจริงจัง แต่คำพูดกลับดูภูมิใจมาก “ถ้าไม่คลี่คลายคดีพวกนี้ก่อนฉันคงไม่สบายใจที่จะเลื่อนตำแหน่ง”“นายเป็นโรคหลงตัวเ