ตระหนักถึงตัวตนของนางได้ในทันที “จ้าวชี่เยว่”
“วางอำนาจบาตรใหญ่ถึงในจวนตระกูลจ้าว ฟ่านจงหมิง… เจ้าคิดว่าข้าไม่กล้าบั่นคอเจ้าหรือ”
จ้าวชี่เยว่หลุบตาต่ำ ใบหน้าทะมึนเยือกเย็น สิ้นคำราม ฝ่าเท้าขวากระทืบลงพื้นจนบังเกิดลมปราณกรรโชก พัดเรือนผมยาวสยายปลิวสะบัดไปด้านหลังอย่างรุนแรง
ขณะเดียวกัน ขวานยักษ์เบิกภูผาบนบ่าก็ทิ้งตัวกระแทกพื้นด้านหลังจนอิฐเขียวแตกกระจาย นัยน์ตาของจ้าวชี่เยว่พลันวาวโรจน์ จิตสังหารทะลักทลาย อักขระอาคมบนคมขวานสว่างวาบดุจแสงจันทร์ในบัดดล
เสี้ยววินาทีที่นางทะยานร่าง ขวานยักษ์ถูกเหวี่ยงเป็นวงกว้างจากด้านหลังมาด้านหน้า แสงอักขระอาคมวาดโค้งเป็นครึ่งวงกลมอันสมบูรณ์แบบเหนือศีรษะ เงาพยัคฆ์สีชาดทะยานทะลวงออกจากคมขวาน ดุดันน่าเกรงขามสะกดขวัญผู้คน เสียงคำรามกึกก้องสะท้านฟ้าดิน
จ้าวชี่เยว่พุ่งทะยานดั่งมังกรผงาด ฟาดขวานยักษ์เบิกภูผาลงมาเต็มแรง เส้นผมยาวสยายพลิ้วไหว ชายเสื้อสะบัดดั่งเมฆา กลิ่นอายพลังกดดันมหาศาลสุดหยั่งคาด
ฟ่านจงหมิงเฝ้ารอการปะทะนี้มาตลอด หวังใช้โอกาสนี้บดขยี้อีกฝ่ายให้พิการ ทว่าเมื่อจ้าวชี่เยว่ปรากฏตัวและเปิดฉากจู่โจมดั่งสายฟ้าฟาด เขากลับพบว่าสถานการณ์หาได้เรียบง่ายอย่างที่