อกันหนาวใช้เวลาฝังตั้งนานทำไมถึงได้ถูกพบง่ายแบบนั้น?ผ่านไปห้านาที เว่ยเหลิงก็ใส่ถุงมือถือกระปุกแก้วสีน ้าตาลข้างหนึ่ง มืออีกข้างถือโทรศัพท์“ฮัลโหล ฉันมีข่าวดีจะบอก…ฉันพูดว่า มีข่าวดี…ได้ยินหรือเปล่า? ฮัลโหล…ฮัลโหล…ฉันถามว่านาย…บ้าเอ๊ย”พอทางนี้กดวางสาย โทรศัพท์ก็ดังขึ้น“ฮัลโหล…ฉันบอกว่าทางนี้พบเบาะแสนิดหน่อย…ฮัลโหล…”การบรรยายถึงสถานที่และเล่าเรื่องราวโดยสรุปกินเวลาถึงสิบนาที ทั้งยังพูดซ ้าไปซ ้ามา เจิ้งทั่นฟังเองยังรู้สึกเหนื่อยแทนเจิ้งทั่นลองกะดู ในเวลาสิบนาที คนคนนี้ส่วนใหญ่จะพูดว่า‘ฮัลโหล’ จากนั้นก็ ‘บ้าเอ๊ย’เว่ยเหลิงเล่าเรื่องทั้งหมดด้วยความยากลำบาก เขาเอาโทรศัพท์ยัดใส่กระเป๋าด้วยท่าทางที่เหมือนหลุดพ้นสักที“โทรศัพท์เฮงซวย!”เว่ยเหลิงมองเจิ้งทั่นที่นั่งอยู่ที่เดิม พลางพยักหน้า “ไปกับฉันหน่อย อย่าคิดหนี ไม่อย่างนั้นฉันจะไปล้อมจับนายที่มหาวิทยาลัยฉู่หัวแน่ นายคงอาศัยอยู่แถวนั้นใช่ไหมล่ะ? ฉันไม่เชื่อว่านายจะอยู่ที่นี่ไปตลอดหรอก”“…….” การออกมานอกบ้านครั้งนี้มันวุ่นวายเสียจริง!“รออยู่นี่ก่อน เดี๋ยวฉันไปขับรถมา” พูดจบเว่ยเหลิงก็หยิบไหแล้ววิ่งออกไปเจิ้งทั่นรออยู่ที่เดิมประมาณสองสามนาที ก็เห็นชายคนนี้ขี่จักรยานสีชมพูแบบของผู้หญิงอย่างยากลำบากตามถนนที่ขรุขระมาทางเขานี่น่ะเหรอรถที่มันว่าจะ ‘ขับ’ มารับ