นมีเพื่อนคนหนึ่งพูดว่า ‘ฆาตกรที่ร้ายกาจที่สุดไม่ใช่พวกที่ดูท่าทางอำมหิตพวกนั้น ไม่ใช่คนที่ถือมีดเล่มใหญ่เนื้อตัวเต็มไปด้วยรอยสักและเจาะจมูก และก็ไม่ใช่คนที่ชอบถือมีดเล่นปืนทำท่าทางเท่ห์ไปวันๆ พวกนั้น แต่เป็นพวกที่มองผิวเผินดูไร้ความผิดปกติแต่กลับปลิดชีพได้อย่างง่ายดายโดยที่สีหน้าไม่เปลี่ยนพวกนั้นต่างหาก’ดังนั้นนักวิทยาศาสตร์ที่ชำนาญการในบางมุมก็ดูไม่แตกต่างจากภาพลักษณ์ของพวกฆาตกรเท่าใดนักนักวิทยาศาสตร์ที่เข้าสู่ห้วงแห่งการทดลองมันน่ากลัวจริงๆ!เจิ้งทั่นลองคิดดู บางทีรองศาสตราจารย์เจียวอาจเป็นคนเดียวบนโลกใบนี้ที่สอนแมวตัวเองใช้วิธีหักคอฆ่าหนูก็เป็นได้พอฆ่าหนูตัวที่สามและสี่ฝีมือของเจิ้งทั่นก็ดีขึ้นมาก อย่างน้อยก็ทำให้หนูสองตัวนี้ตายอย่างมีเกียรติมากกว่าหนูสองตัวก่อนหนูขาวห้าตัว พ่อเจียวหย่วนสาธิตการฆ่าตายไปหนึ่งตัว อีกสี่ตัวที่เหลือเจิ้งทั่นฆ่าเองทั้งหมดหลังจากจัดการเก็บกวาดศพหนูทั้งห้าแล้ว พ่อเจียวหย่วนก็หันตัวกลับเข้าไปในห้องอีกครั้ง สักพักก็หิ้วกรงที่ใหญ่กว่านิดหน่อยออกมา ภายในมีหนูขาวอยู่ห้าตัวเหมือนเดิม แต่ขนาดตัวใหญ่กว่าเดิมมาก“นี่คือหนูตัวใหญ่ หนูขาวตัวใหญ่ที่ใช้ในห้องทดลองเป็นหนูขาวดัดแปลงพันธุกรรมมาจากหนูบ้าน ยังคงใช้วิธีเดียวกับเมื่อครู่ แต่ครั้งนี้ต้องออกแรงมากกว่า หาจุดให้แม่น คุมแรงให้ดี ฆ่าให้ได้ในครั้งเดียว ต้องให้ฉันสาธิตอีกไหม?”เจิ้งทั่นส่ายหัว“เด็กดี”“……”อย่างที่พ่อ