อะกว่าแมวทั่วไป อีกทั้งเจิ้งทั่นยังรู้สึกว่าเขายังออกแรงได้มากกว่านั้นอีก บางทีหากผ่านไปอีกปีครึ่งเขาออาจจะมีแรงเกือบๆ เท่าแรงของคนวัยกลางคนก็เป็นได้แต่ว่าแรงเยอะก็ไม่ได้หมายความว่าจะจับหนูได้ อาจเป็นเพราะเขาไม่ใช่คนชอบแมว เจิ้งทั่นก็ไม่รู้ว่าแมวปกติจับหนูกันยังไง ไม่เคยสังเกตขณะที่กำลังคิดอยู่นั้นรถก็ได้มาถึงสถานที่เป้าหมายแล้วนั่นก็คือสถาบันวิทยาศาสตร์ชีวภาพแห่งมหาวิทยาลัยฉู่หัวในฐานะที่เป็นรองศาสตราจารย์ของสถาบันวิทยาศาสตร์ชีวภาพแห่งมหาวิทยาลัยฉู่หัว พ่อเจียวหย่วนนอกจากกลับบ้านไปกินข้าวแล้ว เวลาส่วนใหญ่ในช่วงกลางวันก็จะอยู่ที่นี่หลังจากจอดรถเสร็จ พ่อเจียวหย่วนก็ขยับถุง เจิ้งทั่นเบ้ปากพลางกระโดดลงไป ตึกของสถาบันไม่ใช่ว่าแมวที่ไหนก็จะเข้าไปได้ หากถูกพบเข้าคงไม่ดีแน่จากนั้นรองศาสตราจารย์เจียวก็กำถุงที่บรรจุแมวเดินเข้าไปในตึก ระหว่างทางยังได้ทักทายคนที่เดินผ่านไปมาด้วยท่าทางปกติ เมื่อเดินถึงบันไดก็ไม่มีคนแล้ว เพราะคนส่วนใหญ่ใช้ลิฟท์เจิ้งทั่นโผล่หัวออกมาจากถุง เวลาหนึ่งทุ่มคนที่อยู่ในสถาบันยังคงมีอยู่มาก ไฟของห้องทดลองต่างก็ยังคงเปิดอยู่เจิ้งทั่นสามารถมองผ่านหน้าต่างตรงบันไดไปเห็นไฟรังสียูวีที่ถูกเปิดอยู่ของห้องปลอดเชื้อที่อยู่ตรงข้ามได้นึกถึงครั้งแรกที่ถูกเจียวหย่วนพาเข้ามาเขารู้สึกวิตกกังวลมาก แต่หลังจากผ่านไปหลายครั้งก็ไม่ตื่นเต้นแล้ว เจิ้งทั่นรู้สึกว่าตัวเองโชคดีนับครั้งไม่ถ้วนที