ะการ คือ เป็นนักสู้ หากเกิดการทะเลาะขึ้นมามันสู้แบบไม่คิดชีวิต อีกประการหนึ่งก็คือเลียนแบบเสียงเห่าของสุนัขได้ มีความเป็นหมาอยู่ในตัวสูงตอนที่เจิ้งทั่นได้พบกับ ‘จ่า’ เป็นครั้งแรกนั้น มันกำลังนั่งอยู่บนหินก้อนใหญ่ที่สูงหนึ่งเมตรกว่าๆ พลางส่งเสียงเห่าไปทางสุนัขชิวาว่า พอ ‘จ่า’ สังเกตเห็นเจิ้งทั่นมันจึงค่อยๆ เปลี่ยนจากเสียง ‘โฮ่ง โฮ่ง’ ไปเป็น ‘เหมียว เหมียว’อันที่จริงตอนนั้นเสียงเห่าของจ่าฟังดูแปร่งๆ ไปหน่อย แต่วันเวลาผ่านไป ‘ภาษาสุนัข’ ของมันก็เริ่มที่จะชัดเจนขึ้น คนทั่วไปหากฟังแค่เสียงก็คงแยกไม่ออกว่าเป็นเสียงจริงหรือเสียงเลียนแบบอีกทั้งเวลาจ่าเหนื่อยยังชอบเอาลิ้นห้อยออกมาหอบเหมือนสุนัขอีกต่างหาก ดังนั้นเจิ้งทั่นจึงมักจะสงสัยว่าแมวตัวนี้มีวิญญาณของสุนัขสิงร่างอยู่หรือเปล่าเจิ้งทั่นไม่สนใจด้านนั้นอีกต่อไป เขาหาวขึ้นหนึ่งทีแล้วหมอบนอนต่อ เขาไม่สนใจถึงความเป็นอยู่ของ ‘จ่า’ เท่าไหร่นักเพราะทั้ง ‘จ่า’ และชิวาว่าตัวนั้นทะเลาะกันมาตั้งแต่เด็กๆประสบการณ์สูงทั้งคู่ หากจะถามว่าทำไม ‘จ่า’ ถึงได้ชอบทะเลาะกับชิวาว่าตัวนั้นล่ะก็ สาเหตุคงมาจากชิวาว่าตัวนี้เป็นสุนัขตัวเล็กที่สุดในบรรดาสัตว์เลี้ยงของที่พักอาศัยทางฝั่งตะวันออก ตัวเล็กๆย่อมข่มง่ายเป็นที่รู้ดีของบรรดาแมวเจิ้งทั่นนอนจนถึงเสียงกริ่งหมดเวลาคาบสามดังขึ้นจึงลุกขึ้นยืน แล้วบิดขี้เกียจ จากนั้นจึงกระโดดลงมาจากต้นอู๋ถง เดินไปตามทางเดินเล็กๆ ผ่า