เซี่ยเหอผู้ไม่อาจทนสงบปากสงบคำขยับเข้าไปใกล้จ้าวหนิง นางไม่รอให้อีกฝ่ายเอ่ยถามก็รัวถ้อยคำเป็นชุด “พวกเราไม่เห็นจำเป็นต้องออกจากจวนเลยเจ้าค่ะ ท่านข้าหลวงพายอดฝีมือออกนอกเมืองไปตามล่านังแพศยาจ้าวยวี่เจี๋ยแล้ว พวกเขาเคลื่อนไหวรวดเร็วปานลมกรด พวกเราตามไปไม่ทันหรอกเจ้าค่ะ”
จ้าวหนิงผงกศีรษะรับ
“อีกอย่าง คุณชายเคยกล่าวไว้นอกเมืองล้วนอันตรายรอบด้าน หากไม่ได้เดินทางพร้อมท่านข้าหลวง ต่อให้อีกฝ่ายทิ้งคนไว้รอนำทาง พวกเราก็ไม่ควรเสี่ยงออกไปอยู่ดี”
จ้าวหนิงพยักหน้ารับ เอ่ยชมด้วยน้ำเสียง ‘จริงใจ’ ยิ่งนัก “ฉลาดมาก”
พอได้รับคำชม พวงแก้มกลมของเซี่ยเหอก็พลันซับสีเลือดฝาด นัยน์ตาทอประกายวาววับ รีบแสดงภูมิปัญญาอันล้ำเลิศของตนต่อ “แต่คุณชายเจ้าคะ ต่อให้พวกเราไม่ออกไปนอกเมือง ลำพังรั้งอยู่ในเมืองก็ใช่ว่าจะปลอดภัยหายห่วงนะเจ้าคะ”
“ยอดฝีมือของจวนที่ทำการเมืองล้วนติดตามท่านข้าหลวงไปจนสิ้น ยามนี้เมืองไต้โจวแทบไร้เงาผู้บำเพ็ญเพียรระดับสูง หากพวกสวะในเงามืดฉวยโอกาสลงมือ ต่อให้พวกเรายืนอยู่กลางถนนพลุกพล่านเช่นนี้ สถานการณ์ก็ยังอันตรายสุดขีด… อันตรายมากๆ เลยนะเจ้าคะ”
จ้าวหนิงหันขวับ นัยน์ตาทอแววประหลาดใจ ครานี้เขาเอ่ย