“หลิวอู๋เสีย เจ้าช่างบังอาจนัก กล้าดียังไงมาพูดกับคุณชายหยางเช่นนี้ ไม่กลัวตายหรือไง?”
คุณชายจากตระกูลใหญ่คนหนึ่งกระโดดออกมาจากด้านข้าง ชี้นิ้วใส่หน้าของหลิวอู๋เสีย
เขาเป็นแค่ศิษย์ธรรมดาคนหนึ่งในสำนักศึกษาจักรวรรดิ เมื่อเทียบกับคุณชายจากตระกูลใหญ่ย่อมแตกต่างกันราวฟ้ากับเหว
“ยังเหลือเวลาอีกหนึ่งลมหายใจ!”
หลิวอู๋เสียไม่สนใจเสียงตะโกนโหวกเหวกอยู่ข้าง ๆ ดวงตาเริ่มเย็นชามากขึ้น สวีหลิงเสวี่ยก็ไม่ได้ขัดขวางแต่อย่างใด
เสียงสนทนาตรงนี้ทำให้ผู้คนพากันหันมามอง
คนส่วนใหญ่รู้แค่ว่าหลิวอู๋เสียเก่งกาจมาก แต่ไม่เคยเห็นกับตาตัวเอง
คนที่เคยเห็นล้วนตายไปหมดแล้ว คำร่ำลืออาจไม่เป็นความจริงก็ได้
“นี่คือเด็กหนุ่มที่รักษาโรคให้กับองค์จักรพรรดิ?”
ขุนนางหลายคนมารวมตัวกันพลางซุบซิบเสียงเบา สายตามองไปที่หลิวอู๋เสียโดยไม่ตั้งใจ
เมื่อสายตาเลื่อนผ่านใบหน้าของสวีหลิงเสวี่ยก็เผยความชื่นชมเล็กน้อย และยังมีความตกตะลึงแฝงอยู่
“ดูเหมือนจะไม่มีอะไรพิเศษ เหมือนคนทั่วไป ข้านึกว่าเขามีสามหัวหกแขนเสียอีก”
คำพูดถากถาง ขุนนางส่วนใหญ่ล้วนยืนอยู่ข้างอ๋องยงเสียน