ู้อาวุโสท่านหนึ่งได้ยินดังนั้นก็เอ่ยด้วยความสงสัยเล็กน้อยทันทีระหว่างที่กล่าวก็ยังแสดงสีหน้าเล่นตลกไปด้วย“ฮ่าๆ ไม่มีสิ่งใดแน่นอนเสมอไป!”หลิ่วเฉินจื่อหัวเราะพลางมองไปยังเซียวฮั่นอย่างเงียบเชียบ เขาเองก็อยากเห็นเหมือนกันว่าชายหนุ่มจากตระกูลฮั่วผู้นี้จะทำให้เขาประหลาดใจได้มากเพียงใด“หรือว่าต้องจัดวางค่ายกลขึ้นมาจริงๆ?”ได้ยินดังนั้น ผู้อาวุโสท่านนั้นก็เอ่ยด้วยสีหน้าแข็งค้างอย่างห้ามไม่ได้ เขาก็ไม่กล้าสงสัยในคำกล่าวของผู้อาวุโสใหญ่ อย่างที่รู้กันว่าเวลานี้หลิ่วเฉินจื่อคือปรมาจารย์หลอมศาสตราที่สามารถหลอมศาสตราแห่งราชันระดับกลางท่านหนึ่ง ทั้งนี้เขายังเป็นมหาปรมาจารย์ในด้านค่ายกล พอเขาหลอมศาสตราแห่งราชันขึ้นมาก็มักจะสามารถจัดวางค่ายกลขึ้นบนศาสตราแห่งราชันได้อยู่บ่อยๆ
จริงๆ แล้วหากจัดวางค่ายกลหนึ่งแห่งบนศาสตราหนึ่งชิ้นอานุภาพของศาสตราจะไม่เพียงแค่เพิ่มสูงขึ้น ต่อให้เป็นคุณภาพของตัวศาสตราเองก็ยังยกระดับขึ้นแต่ทว่าสถานการณ์เช่นนี้มีให้เห็นไม่บ่อยนัก เพราะมีมหาปรมาจารย์เพียงไม่กี่คนที่จะสามารถควบคุมการหลอมศาสตราและวิถีค่ายกลในเวลาเดียวกัน เช่นหลิ่วเฉินจื่อ ผู้ที่สามารถควบคุมการหลอมศาสตราและวิถีค่ายกลก็ล้วนแต่เป็นการดำรงอยู่ขั้นมหาปรมาจารย์อย่าว่าแต่เขตตงไป่ ต่อให้เขตบูรพาทั้งเขตก็ยังมีเพียงท่านเดียวเท่านั้นยามนี้เซียวฮั่นที่อยู่บนลานมิได้รีบเร่งจัดวางค่ายกลจันทราขนาดเล็ก เพราะตอนนี้ยังมิใช่เวล