พานพบกับนายท่านคนใหม่ของป้ายประกาศิตเทียนจี๋ที่สถานที่เล็กๆ เฉกเช่นเมืองวั่งเทียนแห่งนี้ ทั้งยั้งอยู่ภายใต้สถานการณ์เช่นนี้อีกต่างหาก
หากเรื่องนี้ถูกส่งไปถึงหูของหอเทียนจี๋ เช่นนั้นหวังผิงและหลี่ซงก็ต้องเผชิญกับการลงโทษที่ไม่มีทางจินตนาการได้ และอาจถึงขั้นที่การที่คนทั้งสองถูกเนรเทศออกจากหอเทียนจี๋เพราะเรื่องนี้ก็ยังนับว่าเป็นเพียงโทษสถานเบา“ปะ…ปะ…ป้ายประกาศิตเทียนจี๋?” บัดนี้สองตาของหลี่ซงเบิกกว้างโพลง พลางจ้องเขม็งไปยังป้ายประกาศิตเทียนจี๋อย่างไม่ละสายตา สีหน้าที่ปรากฏบนใบหน้าของเขาไม่มีทางใช้คำใดมาบรรยายได้ทั้งตกใจ ตื่นตระหนก และหวาดผวาป้ายประกาศิตเทียนจี๋ครอบครองอำนาจสูงสุดในหอเทียนจี๋ ตัวป้ายประกาศิตนั้นเป็นสัญลักษณ์ฐานะของเจ้าสำนักหอเทียนจี๋ พอป้ายประกาศิตเทียนจี๋ปรากฏออกมา อย่าว่าแต่ศิษย์และคนในหอเทียนจี๋ทั่วๆ ไป ต่อให้เป็นผู้อาวุโสก็ยังต้องน้อมรับคำสั่งจากเจ้าของป้ายประกาศิตเทียนจี๋อย่างไม่มีเงื่อนไข“พอใจกับคำอธิบายนี้หรือยัง?” เซียวฮั่นเก็บเอาป้ายประกาศิตเทียนจี๋กลับคืนมา ก่อนจะเอ่ยขึ้นด้วยความเย็นชาและหวังผิงในเวลานี้ก็ไม่กล้าเอ่ยสิ่งใดโดยสิ้นเชิง คนทั้งร่างคลืบคลานลงกับผืนดิน พร้อมกับเนื้อตัวที่สั่นเทิ้มไปด้วยความกลัว ส่วนหลี่ซงผู้ซึ่งเป็นเจ้าเมืองยิ่งน่าเวทนา เขาตกใจกลัวจนเป็นลมล้มพับไปเสียแล้ว
“ข้าไม่ต้องการเห็นพวกเจ้าอีกแล้ว จงเปลี่ยนตัวเจ้าเมืองวั่งเทียนซะ!” พอสิ้นเส