ดต่างแทบจะทรุดลงพื้น ทั่วร่างของทุกคนเต็มไปด้วยหยาดเหงื่อ บนใบหน้าของแต่ละคนเต็มไปด้วยสีหน้าหวาดผวาภายในระยะเวลาอันสั้น อานุภาพกดข่มที่น่าพรั่นพรึงดุจเทพเจ้าซึ่งพวกเขามิอาจลืมได้ตลอดชีวิต ภายใต้อานุภาพกดข่มนั้น พวกเขาเปรียบเสมือนมดปลวกก็มิปาน ราวกับว่าขอเพียงเจ้าของอานุภาพนั้นปล่อยความคิดสายหนึ่งออกมา ก็สามารถสังหารพวกเขาทั้งหมดได้อย่างง่ายดาย
นับแต่วินาทีนี้เป็นต้นไป ไม่มีผู้ใดกล้าที่จะวิพากษ์วิจารณ์กู่เยว่เกออีก กู่เยว่เกอที่เป็นเศษสวะได้กลายเป็นอดีตไปตลอดกาลเมื่อเข้ามายังตระกูลกู่ เซียวฮั่นได้สัมผัสถึงสภาพแวดล้อมที่ทั้งคุ้นเคยและแปลกประหลาดของตระกูลกู่ นี่คือครั้งสุดท้ายที่เขาจะมาตระกูลกู่ และเป็นครั้งสุดท้ายที่กู่เยว่เกอจะกลับมายังตระกูลกู่เช่นกันข่าวที่กู่เยว่เกอกลับมายังตระกูลได้กระจายไปทั่วทั้งตระกูลกู่ กู่หยวนเดินนำลูกศิษย์เพื่อมาต้อนรับเซียวฮั่นด้วยตนเอง เพราะกู่เยว่เกอในตอนนี้คือศิษย์สายตรงของยอดฝีมือนักรบแห่งโลก เพียงแค่ข้อนี้จึงทำให้ทั่วตระกูลกู่ต้องให้การต้อนรับอย่างยิ่งใหญ่เมื่อกู่หยวนพบเซียวฮั่น เขารู้สึกได้ทันทีว่าบุตรชายที่อยู่ตรงหน้าของเขาผู้นี้ได้กลายเป็นคนแปลกหน้าไปอย่างมาก ไม่รู้ว่าเพราะเหตุใดเมื่อมองบุตรชายที่อยู่ตรงหน้านี้ ในใจเขาจึงเกิดความรู้สึกเจ็บแปลบขึ้นมาอย่างรุนแรง ราวกับว่าตนได้สูญเสียอะไรบางอย่างไป ความรู้สึกเช่นนี้ เคยเกิดขึ้นเพียงตอนที่บุตรคนที่สอง