่างแน่นอน”
นี่เป็นบุญคุณอย่างแท้จริง หากปราศจากถุงหอมที่ หลิวเหมยเอ๋อร์มอบให้ถึงสองครั้ง ตอนนี้เขาคงตายเพราะกลิ่นเหม็นไปแล้ว หากถูกส่งตัวกลับไป เพราะเรื่องน่าอับอายเช่นนี้ แล้วไปขอร้องยัยป้าเหลิงเหมย นั่นก็ไม่ต่างอะไรกับการตายครั้งหนึ่ง
เดิมทีหลี่ลี่ก็มีใจให้กับหญิงสาวที่ขี้อายงดงามราวกับนางฟ้าผู้นี้อยู่แล้ว ตอนนี้ยิ่งเห็นนางเป็นเหมือนผู้มีพระคุณ ในใจสาบานว่าจะต้องตอบแทนหญิงสาวคนนี้ให้ดี หากมีใครกล้ารังแกนาง เขาจะไม่มีวันยอม
หลิวเหมยเอ๋อร์ขี้อายมาก ใบหน้าของนางแดงก่ำ หันหลังกลับไป ร่างกายดูเหมือนจะสั่นเทาเล็กน้อย
เ มื่อหลี่ลี่เห็นดังนั้น เขาก็รู้สึกอายที่จะพูดคุยกับนางต่อ เกรงว่าจะทำให้นางกลัว จึงยิ้มบาง ๆ แล้วหันไปเก็บทองคำต่อ
ครั้งนี้มีถุงหอมสีเขียวช่วยจึงไม่ได้กลิ่นเหม็นเหล่านั้นอีก เขาเก็บได้เต็มรถเข็น กลับไปที่สระน้ำใน ห้องโถงใหญ่ เททองคำลงไป ทำเช่นนี้ เก็บไปครึ่งวัน เห็นว่าท้องฟ้าใกล้จะมืดแล้ว จำได้ว่าหลิวเหมยเอ๋อร์เคยพูดไว้ถึงเรื่องยามค่ำคืนที่นี่อันตรายมาก ห้ามเดินเล่นในทุ่งหญ้า เขาจึงเลิกงาน
เวลานี้ก็ถึงเวลาอาหารเย็นแล้ว เขาเดินไปตามถนนหิน ไปตามหายายเฒ่าหลิวและหลิวเหมยเอ๋อร์
ยายเฒ่าหลิวเห็นเขามา จ้องไปที่ถุงหอมสีเขียวที่คอของเขา นางก็หัวเราะ “เจ้าหนุ่มนี่ช่างโชคดีจริง ๆ ถุงหอมหญ้าชิงเหลียนเซียน ที่เหมยเอ๋อร์ยังไม่ยอมมอบให้ใคร แต่นางกลับมอบให้เจ้า”
เมื่อหลี่ลี่ได้ยินว่าสมุน