ไพรชนิดนี้มีคำว่าเซียนอยู่ด้วย นั่นต้องมีค่ามากแน่ ๆ จึงรีบพูดกับหลิวเหมยเอ๋อร์ที่ซ่อนตัวอยู่ข้างหลังยายเฒ่าหลิว “อ๊ะ ที่แท้ถุงหอมนี้เป็นของล้ำค่าเช่นนี้ ข้ารับไว้ก็อับอายยิ่งนัก คุณหนูหลิว ท่านรับกลับไปเถิด”
ใบหน้าของหลิวเหมยเอ๋อร์แดงก่ำ ส่ายหัวอย่างแรง
ยายเฒ่าหลิวโกรธมาก นางเริ่มกลับมาฝีปากร้าย “เจ้าหนุ่มไม่รู้จักคุณคน! คุณหนูของข้าให้เกียรติเจ้านะ เจ้ากล้าปฏิเสธความหวังดีของนางรึ? หากเจ้าสำนึกผิดในใจ ก็เล่าเรื่องสนุก ๆ ข้างนอกให้คุณหนูของข้าฟังให้ชื่นใจ ถือเป็นการตอบแทนก็แล้วกัน”
หลี่ลี่พยักหน้าตกลง พลางกินขนมหอม ๆ ของยายเฒ่าหลิว ดื่มน้ำซุปเนื้อ พลางเล่าเรื่องสนุก ๆ ข้างนอกให้ทั้งสองฟัง
ยายเฒ่าหลิวและหลิวเหมยเอ๋อร์ทานอาหารเย็นเสร็จแล้ว ได้ฟังเรื่องตลกของหลี่ลี่สองสามเรื่อง ต่างก็ยิ้มออกมา
โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังจากฟังเรื่องเล่าสองเรื่อง หลิวเหมยเอ๋อร์ฟังอย่างตั้งใจ จนลืมความประหม่า จ้องมองหลี่ลี่ ฟังเรื่องตลกอย่างใจจดใจจ่อ บางครั้งก็หัวเราะเสียงใส ๆ
หลังจากที่หลี่ลี่กินข้าวเสร็จ เรื่องสนุก ๆ ที่เขาเคยประสบพบเจอมาก็เล่าจบหมดแล้ว ชีวิตเขามีความสุขน้อย เรื่องสนุก ๆ จริง ๆ มีเพียงสี่ห้าเรื่องเท่านั้น
แต่เห็นว่าทั้งสองคนยังฟังไม่หนำใจ เขาก็ไม่รู้จะทำอย่างไร เขาก็เล่าเรื่องตลกที่เคยได้ยินในชาติก่อน ๆ เรื่องราวของคนโง่ ๆ
เล่ากันว่ามีชายชราคนหนึ่งในภูเขา ได้ไม้ไผ่ขนยาวต้นหนึ่งมา ต้องการนำ