กินข้าวอยู่คนเดียว เขาก็ได้ยินนักเรียนกลุ่มหนึ่งกำลังสนทนากันอยู่ไม่ไกล
“พวกเจ้ารู้หรือไม่? สำนักล่างมีอสูรร้ายปรากฏตัวขึ้น แถมยังเอาชนะศิษย์พี่ได้ ทั้งที่เป็นแค่ศิษย์ใหม่ ลู่หย่งเล่อ เจ้ารู้จักหรือไม่? เจ้าเด็กนั่นเอาชนะศิษย์พี่ที่เคยอยู่ห้องเดียวกับเจ้า ห้องที่แข็งแกร่งที่สุดของกลุ่มที่ห้า พวกเขาส่งคนไปทั้งห้อง ผลคือแพ้ยับเยิน ฮ่าฮ่า”
“อะไรนะ? มีเรื่องเช่นนี้ด้วยหรือ?” ลู่หย่งเล่อตบโต๊ะอย่างโมโห
ลู่หย่งเล่อรูปร่างไม่สูงใหญ่ หน้าตาคมคาย ดวงตาเป็นประกาย เพียงมองแวบเดียวก็รู้ว่าเป็นคนเฉลียวฉลาดเป็นเลิศ เขาเอื้อมมือไปคว้าคอเสื้อนักเรียนคนที่พูดพลางหัวเราะ “หวังเฮ่า สิ่งที่เจ้าพูดเป็นความจริงหรือ?”
หวังเฮ่าตกใจจนสะดุ้ง “แน่นอนว่าเป็นเรื่องจริง ข้าจะหลอกเจ้าไปทำไม? เรื่องนี้ตอนนี้ใครในสำนักล่างบ้างไม่รู้? อีกไม่กี่วันข่าวนี้ก็คงแพร่สะพัดไปทั่วสำนักกลางเป็นแน่ นี่มันข่าวใหญ่ ศิษย์ใหม่กล้าต่อยศิษย์พี่ แม้แต่ปี้ชิงหลวน ลู่เส้าเฟิง สวีฉางซาน สามอัจฉริยะที่ได้รับเลือกให้บันทึกไว้ในตำราก็ไม่เคยทำเรื่องอุกอาจเช่นนี้มาก่อน!”
“ฮึ่ม หากเจ้าเด็กนั่นเก่งกาจอย่างที่เจ้าว่า เขาก็คงเป็นถึงการแปรผันวิญญาณยุทธ์ระดับสามแล้วสินะ? ไม่ช้าก็เร็วก็คงต้องขึ้นไปรายงานตัวที่สำนักกลาง รอตอนนั้นเถอะ ข้าจะจัดการมันเอง! กล้ามากนักที่มาสร้างความอัปยศให้กับเพื่อนร่วมกลุ่มของข้า คงไม่อยากมีชีวิตอยู่แล้วสินะ ว่าแต่ เจ้