หลิวอู๋เสียยืนหยัดอย่างองอาจอยู่กลางอากาศ พายุหมุนใต้ฝ่าเท้ายังคงเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ช่วยพยุงร่างของหลิวอู๋เสียไว้
ทั่วร่างกายปลดปล่อยแสงสีทองจาง ๆ ออกมา ดุจดังเทพจุติ
เมื่อครู่นี้ เจตจำนงจักรพรรดิเซียนเล็ดลอดออกมาเพียงเล็กน้อย หลิวอู๋เสียเองก็ไม่ได้คาดคิดว่าจะก่อให้เกิดความโกลาหลเช่นนี้
ดาบสั้นในมือฟันลงมาอย่างเกรี้ยวกราด ฉีกกระแสลมออกและบดขยี้ลงมาด้วยพลังอันไร้เทียมทาน
“ไม่ดีแล้ว!”
ไป๋ฉยงรู้สึกถึงลางร้าย เขาทิ้งกระบี่ยาวและรีบกระโดดลงจากเวทีประลอง เขายังไม่อยากตาย
“สายไปแล้ว!”
แสงดาบพุ่งวาบดุจสายฟ้าฟาด เพียงพริบตาเดียว ร่างของไป๋ฉยงก็ถูกผ่าออกเป็นสองส่วน
เรื่องราวยังไม่จบเพียงเท่านั้น หลังจากที่แสงดาบฉีกกระชากร่างของไป๋ฉยงแล้ว มันก็พุ่งลงสู่เวทีประลอง
“ตูม!”
เวทีประลองแตกเป็นเสี่ยง ๆ ถูกแสงดาบทำลายจนไม่เหลือชิ้นดี หินสีเขียวจำนวนนับไม่ถ้วนกระเด็นไปทั่วทุกทิศทุกทาง เหล่าศิษย์ที่อยู่ใกล้ ๆ ต่างได้รับเคราะห์กรรมไปตามกัน
“อ๊าา…”
ศิษย์หลายร้อยคนร้องโอดโอยด้วยความเจ็บปวด บ้างก็ถูกก้อนหินขนาดยักษ์ทับแขนขารุนแรง จนต้องนอนรอความช่วยเหลืออยู่บนพื้น