ดวงตาของเถาเหวินปิงฉายแววเคร่งขรึมออกมาเล็กน้อย ก้าวเท้าอย่างแผ่วเบา ร่างกายเบาเหมือนนกนางแอ่น เขากระโดดข้ามเสาไม้ไปหลายต้น ยืนอยู่ห่างจากหลิวอู๋เสียเพียงหนึ่งหมี่
เสาไม้โดยรอบล้มลงไปเกือบหมดแล้ว ต่อไปนี้การเดินแต่ละก้าวล้วนยากลำบาก
“ฟุ่บ!”
ร่างของเถาเหวินปิงเหมือนกับกำลังบิน เขาลอยขึ้นไปบนอากาศสูงกว่าสามจั้ง พุ่งตรงไปยังเสาไม้ที่อยู่ไกลออกไป
ถ้าหากเขาไปถึงก่อนและทำลายเสาไม้ที่อยู่ด้านหลัง หลิวอู๋เสียก็จะไม่มีที่ให้เหยียบ ต้องยืนอยู่กับที่
เสาไม้เหลือน้อยลงเรื่อย ๆ เถาเหวินปิงวางแผนไว้เป็นอย่างดี ในเมื่อไม่อาจบังคับให้หลิวอู๋เสียตกลงไปในบ่อโคลนได้ เช่นนั้นก็ทำลายเสาไม้ให้หมด ดูสิว่าเจ้าจะตามข้ามาได้อย่างไร?
ความจริงมันโหดร้ายเช่นนี้ เสาไม้เหมาะสำหรับการฝึกฝนเพียงคนเดียว การเดินพร้อมกันสองคนนั้นยากมาก ยิ่งต้องคอยระวังคู่ต่อสู้
“กระจอก!”
หลิวอู๋เสียยิ้มเยาะ ร่างกายลอยขึ้นกลางอากาศอย่างกะทันหัน ท่วงท่าสง่างาม เมื่อเทียบกับเขาแล้ว เถาเหวินปิงไม่ได้อยู่ในระดับเดียวกันเลย
“ท่วงท่างดงามอะไรเช่นนี้!”
ศิษย์หญิงหลายคนต่างพากันยืนขึ้น ดวงตาเปล่งประกายระยิบระยับ